Official Update :

SJWD กางแผนมุ่งสู่ “มาร์เก็ตแคปแสนล้าน” พร้อมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ยังคงไม่หยุดยั้งที่จะสร้างการเติบโต ภายหลังจากการผนึกกำลังระหว่าง บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SCGL) และ บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD จนกลายเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน


โดย SJWD ยังคงแสวงหาโอกาสทั้งในธุรกิจบริการคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็ง ธุรกิจบริการจัดเก็บและบริหารยานยนต์ ธุรกิจพื้นที่เก็บสินค้าให้เช่า รวมถึงธุรกิจใหม่ ๆ พร้อมขยายฐานการดำเนินงานในภูมิภาคอาเซียน ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงสภาพแวดล้อมของโลก เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายระยะยาวเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) แตะ 100,000 ล้านบาทภายในปี 2570 และ Net Zero Carbon ในปี 2593


ซึ่งในปี 2567 SJWD ได้วางกลยุทธ์หลักเพื่อปูทางสู่เป้าหมายระยะยาว คือ 1. ขยายและเชื่อมโครงข่ายโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในระดับภูมิภาค (Regional Connectivity & Expansion) โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกำไรจากต่างประเทศเป็น 40% ในปี 2570 จากการขยายการลงทุนธุรกิจตัวแทนขนส่งสินค้าทางทะเล (Sea Freight) ตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศ (Air Freight) และเข้าลงทุนในบริษัทให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนรายใหญ่ในมาเลเซีย เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการขนส่งที่หลากหลายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น


2.เพิ่มความแข็งแกร่งและยกระดับธุรกิจ “คลังสินค้าห้องเย็น” และ “ออโตโมทีฟ” (Strengthen & Scale up Cold Chain & Automative) โดย SJWD จะใช้จุดแข็งด้านความสามารถการให้บริการคลังสินค้าห้องเย็นอย่างครบวงจรแบบ End-to-End และการให้บริการโลจิสติกส์แก่ผลิตภัณฑ์ยาครอบคลุมทั่วประเทศในการขยายตลาดเพื่อสร้างรายได้เติบโต 10% จากปีที่ผ่านมา ส่วนธุรกิจออโตโมทีฟ วางเป้าหมายรายได้เติบโต 10% ในปีนี้ สอดคล้องกับตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยม สะท้อนจากสถิติเดือนมกราคม 2566 - มกราคม 2567 ที่มีสถิตินำเข้าและจดทะเบียนรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยรวม 63,250 คัน


และ 3. สร้างโอกาสจากธุรกิจใหม่ (New Business Opportunities) ซึ่ง SJWD จะโฟกัส 3 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจคลังสินค้าแบบ Built-to-Suit ที่ก่อสร้างตามความต้องการของผู้เช่า ภายใต้บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด ซึ่ง SJWD ร่วมทุนกับ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ปัจจุบันมีพื้นที่คลังสินค้าให้เช่ารวมกว่า 500,000 ตารางเมตร รวมถึงมีแผนนำคลังสินค้าจัดตั้งกองรีทในปีนี้


อีกทั้งมีแผนจะขยายไปยังธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์แก่อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์และยาที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยเตรียมคลังสินค้าในย่านบางนา กม.22 พื้นที่กว่า 28,000 ตารางเมตรไว้รองรับ โดยจะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และยา รวมถึงวางเป้าหมายรายได้จากธุรกิจพื้นที่เก็บสินค้าให้เช่าภายใต้แบรนด์ “MeSpace Self Storage” ที่ 112 ล้านบาท เติบโต 53% จากปีก่อน


จาก 3 กลยุทธ์หลักที่จะสร้างการเติบโตให้กับ SJWD แล้ว บริษัทยังได้เตรียมงบลงทุนรวมไว้ราว 4,600 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินงาน ผลักดันให้ภาพรวมรายได้ในปี 2567 ให้เติบโต 12% จากปี 2566 ที่มีรายได้รวม 23,979 ล้านบาท


ในแง่ของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน SJWD ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงการเติบโตด้านผลประกอบการเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยวางเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน 10% ในปี 2567 ด้วยการขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่องหลากหลายรูปแบบ การบริหารรอบรถบรรทุกสินค้า การใช้รถขนส่งเชื้อเพลิงทางเลือก การใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการใช้เทคโนโลยีจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ


นอกจากนี้ในปี 2568 – 2570 ยังมีแผนเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรในระดับสากลที่ดำเนินการด้าน GHG ในกลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เช่น Smart Freight Center และ Global Logistics Emissions Council (GLEC) การเข้ารับการประเมิน CSA (Corporate Sustainability Assessment) เพื่อเป็นสมาชิก S&P Global และการเข้ารับการประเมิน Dow Jones Sustainability Indices หรือ DJSI สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม Transport and Transport Infrastructure


กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่กล่าวมาข้างต้น นับเป็นการสร้างรากฐานให้เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแรง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายระยะยาวเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) แตะ 100,000 ล้านบาท และ Net Zero Carbon ในอนาคตตามที่ SJWD ตั้งใจไว้