ถือ OSP มา 1 ปี พอร์ตยังติดลบ 31% โบรกฯ ผสานเสียงเคาะ “ซื้อ” ชี้มูลค่าหุ้นน่าสนใจ-มีอัพไซด์ไปต่อได้
ในช่วงที่บรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง ทำให้ราคาหุ้นบริษัทขนาดใหญ่หลายตัวเริ่มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาตามด้วยเช่นกัน แต่จากการสำรวจที่หุ้นรายตัวพบว่ามีอีกไม่น้อยที่ยังเคลื่อนไหวสวนกับตลาดอย่าง บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP
โดยจากการรวบรวมข้อมูลทางเราพบว่า ในช่วง 1 ปีย้อนหลัง (ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. 2566 ถึง 10 เม.ย. 2567) ราคาหุ้น OSP ได้ปรับตัวลดลงกว่า 31.09% มาอยู่ที่ระดับ 20.50 บาท ซึ่งการปรับตัวลงในระดับดังกล่าวจะเป็นโอกาสให้นักลงทุนที่สนใจได้ซื้อสะสมหรือรอจังหวะการลงทุนครั้งใหม่เราจะพาไปหาคำตอบกัน
สำหรับมุมมองจากนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 34 บาท โดยได้เลือก OSP เป็น Top pick กลุ่มเครื่องดื่มสำหรับไตรมาส 2/67 ด้วยระดับ P/E ที่ซื้อขายในปัจจุบันยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัวและยังมีอัพไซด์จากดีลซื้อกิจการที่อยู่ระหว่างการเจรจา
ด้านแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 1/67 คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 700 –750 ล้านบาท เติบโตทั้งช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อนหน้า โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2567 ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังเติบโต 3% แต่ OSP เติบโตได้มากกว่าตลาด ประกอบกับเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ
ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมาเป็นปัจจัยกดดันหลักที่ตลาดกังวลจากความเสี่ยงที่อาจส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ ประเมินว่าตลาดอาจกังวลมากเกินไปและมองว่าเป็นโอกาสของ OSP มากกว่า จากการแข่งขันในตลาดเมียนมาที่ลดลง เนื่องจากคู่แข่งถูกจำกัดการส่งออกหรือยกเลิกธุรกิจไป ทำให้รักษาส่วนแบ่งตลาดได้ในระยะยาว
เช่นเดียวกันกับ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.20 บาท จากแนวโน้มกำไรปี 2567 ที่ยังเติบโตได้ 21% ตามอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนที่ลดลงและประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น
รวมไปถึง ความน่าสนใจจากมูลค่าหุ้นในปัจจุบันและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ยังอยู่ในระดับน่าสนใจหรือที่ 5% อีกทั้ง ROE จะเพิ่มขึ้นเป็น 16.4% ในปี 2567 ตามแนวโน้มกำไรไตรมาส 1/67 ที่ยังแข็งแกร่งหรือเติบโตจากช่วงเดียวกัน 25% จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะสั้น ทั้งนี้คาดว่าบริษัทจะประกาศผลประกอบการในวันที่ 8 พ.ค.67
