เปิดโผ 9 หุ้นรับประโยชน์ เมื่อนโยบายการคลังเดินหน้า
งบประมาณและนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ล้วนได้รับความสนใจและจับตามองจากนักลงทุนต่อเนื่อง เพราะหากเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบน่าจะช่วยให้เกิดการลงทุนและการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคักมากขึ้น ซึ่งการประชุมครม. ล่าสุดก็เริ่มเห็นความชัดเจนในประเด็นมากขึ้น นับเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า การประชุม ครม. ในวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2568 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ขาดดุล 8.6 แสนล้านบาท โดยมีรายจ่ายลงทุนอยู่ที่ 9.1 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27% จากปีก่อน ขณะที่งบประมาณรายจ่ายปี 2567 ได้กำหนดรายจ่ายลงทุนไว้ที่ 7.2 แสนล้านบาท ซึ่งมีระยะเวลาเร่งเบิกจ่ายเพียงแค่ 5 เดือน
ทั้งนี้หากพิจารณาถึงความต่อเนื่องของการใช้จ่ายภาครัฐในช่วงปี 2567-68 รวมระยะเวลา 17 เดือน น่าจะเห็นเม็ดเงินไหลเข้าสู่ภาคการลงทุนค่อนข้างสูงราว 1.6 ล้านล้านบาท (เฉลี่ยราว 1 แสนล้านบาทต่อเดือน) เชื่อว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ของภาครัฐ จะถูกเร่งดำเนินการ ถือเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง อาทิ SCC, SCCC, TASCO, STEC, CK เป็นต้น
ขณะเดียวกันรมว. คลัง ได้ออกมาเผยว่า ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น เข้าเกณฑ์ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าขนาดเล็ก ใช้จ่ายได้ในรอบแรก พร้อมกับยืนยันว่าการใช้เงิน ธ.ก.ส. 1.72 แสนล้านบาท เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวกำลังสะท้อนว่า
โครงการ Digital Wallet 10,000 บาท ยังคงเดินหน้าต่อไป และน่าจะเริ่มเห็นเม็ดเงินหมุนเวียนได้ในช่วงไตรมาส 4/67 จึงคาดหวังว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้ตามเป้าหมายของรัฐบาล หนุนให้ GDP growth ของไทยโตได้เฉลี่ยอย่างน้อย 2.6% จากปีก่อน ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าจะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีก อาทิ BJC, CPALL, CRC, HMPRO เป็นต้น
ทั้งนี้ นโยบายการคลังกำลังเดินหน้า ที่จะต้องเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภายใน 17 เดือน บวกกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านโครงการ Digital Wallet 10,000 บาท ถือเป็นแรงหนุนสำคัญต่อ GDP ของประเทศไทยในปี 2567 และน่าจะช่วยผลักให้ตลาดหุ้นไทยขยับขึ้นได้

