ห้ามพลาด! ดักเก็บ 5 หุ้นเด่น รับผลบวกโกลเด้นวีคญี่ปุ่น
ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นความหวังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ยิ่งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น ยิ่งจะเป็นผลบวกต่อธุรกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในช่วงปลายเดือนเม.ย. ไปจนถึงต้นเดือนพ.ค. นี้ จะเริ่มเข้าสู่ช่วงโกลเดนวีค (Golden Week) ของประเทศญี่ปุ่น และพบว่านักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยเป็นจำนวนมาก
ทำให้ในระยะสั้นปัจจัยนี้จะช่วยหนุนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เร่งตัวขึ้น จึงอาจเป็นจังหวะที่น่าสนใจ ในการเข้าสะสมหุ้นที่อยู่ในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าจะได้รับประโยชน์
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า Agoda แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวลำดับต้นของโลก เปิดเผยข้อมูลการค้นหาของนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นเริ่มใกล้เข้าสู่ช่วง Golden Week ซึ่งพบว่านักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยมากขึ้น ส่งผลให้ไทยติดอันดับ 2 จุดหมายปลายทางต่างประเทศยอดฮิตของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ในช่วงโกลเดนวีคปีนี้ เป็นรองเพียงประเทศเกาหลีใต้ ที่อยู่ในอันดับ 1
สำหรับปีนี้ Golden Week ในประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. – 6 พ.ค. 67 ทั้งนี้ ช่วงไตรมาส 1/67 นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีจำนวน 2.7 แสนคน เพิ่มขึ้น 58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีสัดส่วนราว 3% ของนักท่องเที่ยวรวม มองเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะมีภาพนักท่องเที่ยวกลับมาเร่งขึ้น หลังอ่อนตัวลงไปในระยะสั้น เชิงกลยุทธ์แนะนำ ทยอยตั้งรับ AOT, MINT, CPALL, CPAXT, BJC
สำหรับปัจจัยพื้นฐานของ AOT บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/67 (เดือนม.ค.-มี.ค. 67) ที่ 6.1 พันล้านบาท โต 230% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 35% จากไตรมาสก่อนหน้า ฟื้นแข็งแกร่งต่อเนื่องตามการฟื้นของผู้โดยสารและเที่ยวบิน ส่วนแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/67 จะเริ่มอ่อนตัวจากไตรมาส 2/67 ตามฤดูกาล คงคำแนะนำ Neutral ราคาเป้าหมาย 65.50 บาท
ส่วน MINT บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2567-2568 เพิ่มอีก 6-7% มาที่ 8,310 ล้านบาท โต 17% และ 9,220 ล้านบาท โต 11% จากปีก่อน เพื่อสะท้อนการท่องเที่ยวในยุโรปที่ดีกว่าคาดเดิม, ต้นทุนค่าไฟที่ลดลง, และแผนลดหนี้ของทางบริษัท แนะนำ ซื้อ ปรับราคาเป้าหมายมาที่ 41.50 บาท คงเลือก MINT เป็นหนึ่งใน Top Pick
CPALL บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2567-2568 ขึ้นเป็น 2.1 หมื่นล้านบาท โต 17% และ 2.4 หมื่นล้านบาท โต 13% หลักๆ จากการปรับเพิ่ม GPM ของธุรกิจ CVS ขึ้นและเพิ่ม Synergy หลังจากควบรวมบริษัทของ CPAXT และ Ek-chai จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 76 บาทต่อหุ้น ในแง่ Valuation ไม่แพง และสถานะถือครองต่างชาติอยู่ที่ 27% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ 32%
CPAXT บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินกำไรไตรมาส 2/67 คาดโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเร่งขึ้นตาม GPM โลตัสที่ลุ้นจะโตจากไตรมาส 2/66 จึงคงกำไรปกติปี 2567 ที่ 1.09 หมื่นล้านบาท เติบโต 23% จากปีก่อนที่มีการเติบโต 12% นอกจากนั้นในระยะยาวยังมองบวกต่อการประกาศควบแมคโคร (CPAXT) กับโลตัสส์ (EK-chai) เป็นบริษัทใหม่ช่วงไตรมาส 4/66 จึงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 39 บาท และเลือกเป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม
สุดท้าย BJC บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินทิศทางกำไรไตรมาส 1/67 ลุ้นโตจากไตรมาส 1/66 ตาม SSSG เดือนม.ค.-ก.พ. ที่ดีขึ้น ผสานกับด้านอัตราทำกำไรที่คาด GPM ทุกธุรกิจจะขึ้นต่อจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามต้นทุนวัตถุดิบหลายชนิดลง และสัดส่วน SG&A/sales จะปรับลงตามค่าไฟต่อหน่วย โดยในธุรกิจ Big C มีค่าไฟคิดเป็น 14% ของ SG&A คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 36 บาท

