Official Update :

ส่องกลยุทธ์ลงทุน 10 หุ้นโรงไฟฟ้า รับแผน PDP ใหม่ หนุนพลังงานทดแทน

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้ออกมาชี้แจงถึงความคืบหน้าในการจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP2024) ฉบับใหม่ ว่าจะทำประชาพิจารณ์ได้ไตรมาส 2/67 และเสนอแก่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในไตรมาส 3/67


ขณะที่แผนส่วนใหญ่ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50% จึงถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีต่อหุ้นโรงไฟฟ้า รวมถึงมุมมองการลงทุนหุ้นในรายตัวของกลุ่มโรงไฟฟ้าด้วยเช่นกัน  แต่จะมีรายละเอียดเป็นเช่นไรไปรับชมความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์กัน


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ร่างแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP-2024) จะถูกประกาศออกมาเพื่อรับฟังประชาพิจารณ์ในไตรมาส 2/67 จะเป็นผลบวกต่อกลุ่มสาธารณูปโภคจากโควตากําลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ที่ประเมินว่าจะเพิ่มเป็น 45GW ในปี 2567 เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายที่ให้คํามั่นไว้ในการประชุม COP-26 ว่ากว่า 50% ของการผลิตไฟฟ้าในประเทศจะมาจากพลังงานทดแทน


ส่วนด้านลบ มองว่าการเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าผ่านการเปิดระบบโครงข่ายให้บุคคลที่สามเข้าใช้ (TPA) น่าจะยังไม่ได้รับการส่งเสริมในรอบนี้ ซึ่งจะทําให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะมีบทบาทเป็นผู้ซื้อและขายไฟฟ้าเพียงผู้เดียวในประเทศ โดยผู้ประกอบการเอกชนจะยังไม่สามารถเพิ่มกําลังการผลิตอย่างอิสระผ่านสัญญาระหว่างเอกชนด้วยกันได้


นอกจากนี้ คาดการณ์ว่ารัฐบาลจะยังพยายามลดต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติให้โรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องหลังมีการปรับสูตรราคาก๊าซธรรมชาติให้ ปตท. สามารถเรียกเก็บส่วนต่างกําไรบนการขายก๊าซธรรมชาติให้โรงไฟฟ้าได้น้อยลง ในขณะที่ผู้ใช้งานก๊าซธรรมชาติส่วน wet gas ก็ถูกให้ร่วมแบ่งรับความเสี่ยงจากราคาก๊าซนําเข้าที่ผันผวนอีกด้วย

อย่างไรก็ดี มองว่าการเปลี่ยนแปลงด้านความเสี่ยงด้านนโยบายนี้เป็นบวกต่อโรงไฟฟ้า SPP ได้แก่ GULF เป็น Top Pick กลุ่มฯ จากการที่เป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งที่สุดในการประมูลพลังงานทดแทนและการทดแทนโครงการ IPP และเรายังชอบ GPSC จากความเสี่ยงบน SPP ที่ลดลง และมีขีดความสามารถในการประมูลพลังงานทดแทนอนาคต ส่วน CKP มีปัจจัยบวกเฉพาะจากผลกระทบของ El Nino ที่บรรเทาลง