Official Update :

เจาะพื้นฐาน 7 หุ้นส่งออก รับอานิสงส์สินค้าเกษตร-อาหารสัตว์โตแรง

แม้ยอดส่งออกในเดือนมี.ค. 67 จะออกมาลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แย่กว่าที่ตลาดคาดจะลดลง 4% แต่ยังมีกลุ่มสินค้าที่เชื่อมโยงกับหุ้นไทย เช่น ยางพารา ทูน่า และอาหารกระป๋อง ที่มีการเติบโตโดดเด่น นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มที่ยอดส่งออกในเดือนเม.ย. 67 จะกลับมาเป็นบวกจากฐานที่ต่ำ


ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจปัจจัยพื้นฐานของหุ้นที่ประกอบธุรกิจส่งออกสินค้าอย่าง STA, NER, TEGH, TU, AAI, ITC และ XO ว่าจะมีการเติบโตอย่างไร น่าสนใจหรือไม่


โดยบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือน มี.ค. ลดลง 10.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แย่กว่าที่ตลาดคาดลดลง 4.0% สาเหตุหลักมาจากฐานที่สูงในปีก่อนจากยอดส่งออกอัญมณีและทองคำ ซึ่งมองว่าในรายละเอียดไม่แย่นัก เนื่องจากสินค้าหลายรายการที่เชื่อมโยงกับหุ้นในไทยยังเติบโตได้ดี เช่น ยางพารา ปรับตัวขึ้นเด่น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, ทูน่ากระป๋อง ปรับตัวขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ อาหารสัตว์เลี้ยง ปรับตัวขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันปีก่อน


ในระยะสั้น – กลางมองหุ้นกลุ่มส่งออกยังได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เนื่องจากอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งจัดในบางประเทศทำให้ผลผลิตขาดแคลน เป็นบวกต่ออุปสงค์สินค้าเกษตรของไทย นอกจากนี้การรายงานตัวเลขส่งออกเดือนเม.ย. คาดพลิกกลับมาบวกได้จากฐานที่ต่ำ เชิงกลยุทธ์จึงแนะนำ Selective หุ้นกลุ่มส่งออกที่เชื่อมโยงกับสินค้าที่ยังโตได้ดี เช่น STA, NER, TEGH, TU, AAI, ITC และ XO


สำหรับปัจจัยพื้นฐานของ STA บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงมุมมองบวกต่อภาพการฟื้นตัวของ STA ในปี 2567 คาดจะพลิกกลับมามีกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/67 เป็นต้นไป และคงราคาเหมาะสมที่ 20 บาท คงคำแนะนำ เก็งกำไร ราคาหุ้นที่ย่อตัวลงมาในปัจจุบันคาดเป็นไปตามทิศทางราคายางในตลาด SICOM ที่พักตัวหลังจากปรับขึ้นมาแรงในช่วงก่อนหน้า ประกอบกับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/67 ที่อาจจะยังขาดทุน เชิงกลยุทธ์มอง Downside เริ่มจำกัด รอเข้าเก็งกำไรหากราคายางในตลาด SICOM กลับมาสูงขึ้น


NER บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 2/67 ยังเพิ่มจากไตรมาส 1/67 ด้วยอานิสงส์ราคายางเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามในไตรมาส 3/67 จะเป็นภาพที่ท้าทายเพราะราคายางที่ลดลงอย่างรวดเร็วในเดือนเม.ย. จะทำให้มาร์จิ้นและราคาขายหดตัวลง คาดกำไรปกติจะลดจากไตรมาส 2/67 ประเด็นที่จับตาคือลูกค้าจีนความต้องการอ่อนตัวซึ่งเกิดขึ้นใน 1-2/67 ถ้ายังอ่อนตัวอีกในครึ่งปีหลัง อาจทำให้เป้าหมายปริมาณขายของ NER ไม่เป็นไปตามเป้า และอาจทำให้กำไรสุทธิอ่อนตัวได้ ปัจจุบันแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ยังดีในครึ่งปีแรก ทำให้ยังคงแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 5.75 บาท


TEGH บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการดำเนินงานของ TEGH ในปี 2567 ที่คาดจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง ตามทิศทางราคายางที่กลับสู่แนวโน้มขาขึ้น และยังมี Upside จากกฎ EUDR ที่จะช่วยหนุนราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายของบริษัท เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 382 ล้านบาท โต 69.3% จากปีก่อน คงราคาเหมาะสมที่ 3.60 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ”


TU บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดไตรมาส 2/67 กำไรปกติเพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า โดยกลุ่ม Petfood ยังโต กลุ่มอาหารทะเลกระป๋องดีขึ้น ส่วนกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งปริมาณและ GPM ดีขึ้น เพราะปรับโครงสร้างธุรกิจครบปีแล้ว แนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย 17.5 บาท (P/E 14 เท่า) บนแนวโน้มกำไรปกติปี 2567 ที่ 6,115 ล้านบาท ฟื้นตัว 23% เพราะธุรกิจทั้งทูน่า/อาหารสัตว์เลี้ยง/อาหารแช่แข็งจะมีความต้องการฟื้นตัวกลับมาในระดับปกติหลังจากลูกค้าชะลอการซื้อในปี 2566 เพื่อใช้สต๊อกเก่า แนวโน้มต้นทุนทูน่าลดลง


AAI บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับกำไรปกติปี 2567 ขึ้น 12% เป็น 584 ล้านบาท โต 34% จากปีก่อน เพื่อสะท้อนแนวโน้มไตรมาส 1/67 ดีกว่าคาด โดยเฉพาะ GPM อานิสงส์สัดส่วนรายได้ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงสูงขึ้น สำหรับไตรมาส 2/67 เบื้องต้นคาดการณ์กำไรปกติจะโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากการกลับมาเติมสต็อกของลูกค้าอาหารสัตว์เลี้ยงต่อเนื่องและอานิสงส์ต้นทุนทูน่าอ่อนตัว คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 5.60 บาท


ITC บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/67 เบื้องต้นจะชะลอจากไตรมาส 1/67 ต่อ แม้คาดรายได้จะมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง แต่จะได้รับผลกระทบของค่าเสื่อมที่สูงขึ้น หลังการติดตั้งกำลังการผลิตใหม่แล้วเสร็จ คงมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการปี 2567 ที่ 2,924 ล้านบาท คาดจะกลับมาเติบโต 28% จากปีก่อน หลังปัจจัยกดดันในปีก่อนคลี่คลายลง แต่ด้วยราคาหุ้นปัจจุบันที่มี Upside gain เหลือน้อย จากราคาเป้าหมายที่ 22 บาท ทำให้ยังคงคำแนะนำ “เก็งกำไร”


สุดท้าย XO บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 30 บาท โดยมองว่าการหันไปทำการตลาดประเทศหลักอย่างกลุ่มสหภาพยุโรปจะช่วยลดความผันผวนของตลาดสหรัฐฯ ที่ผู้นำซอสศรีราชากลับเข้าสู่ตลาด ซึ่งผู้บริหารตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2567 จะเติบโต 20% จากปีก่อน โดยในช่วงไตรมาส 1/67 ยังคงเติบโตดีเมื่อเทียบกับปีก่อน 23 หลังมีคำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิมเข้ามาแล้วกว่า 700 ล้านบาท ทั้งนี้ประเมินกำไรปีนี้จะเติบโตได้ 3% มาอยู่ที่ 805 ล้านบาท โดยกลยุทธ์ลงทุนแนะนำเป็นเก็งกำไรเท่านั้นเพราะรูปแบบคำสั่งซื้อของ XO จะทราบล่วงหน้าไม่นานนักจึงอาจจะทำให้เห็นความผันผวนระหว่างไตรมาส