Official Update :

จับตาสัญญาณเทคนิค กด SET หลุด 1,370 แนะนำ 6 หุ้นเด่น ธีม Defensive

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า  SET เริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัวทางเทคนิค โดยวันนี้มีจุดติดตามบริเวณ 1,370 จุด หากต่ำกว่า จะเริ่มเป็นสัญญาณลบ และเห็นการเคลื่อนไหวลงมาในแดนลบมากขึ้น โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,363 จุด ส่วนกรณียืน 1,370 จุดได้ จะเป็นการเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,370-1,380 จุด


สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ หลังขาดปัจจัยชี้นำที่ชัดเจน โดยปัจจัยในประเทศยังอยู่ระหว่างรอดูผลประกอบการไตรมาส 1/67 ของกลุ่ม Real Sector ที่กำลังทยอยประกาศภายในกลาง พ.ค. นี้ ขณะที่การประชุมของเฟดที่มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายและส่งสัญญาณว่าเฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 11-12 มิ.ย. เป็นไปตามตลาดคาด ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 4 ธีมหลัก ดังนี้


1.หุ้นธีม Earning Play สำหรับเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 1/67 ซึ่งคาดจะเติบโตดี YoY และจะประกาศในช่วงสองสัปดาห์หน้า อีกทั้งมองราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นไม่มาก เลือก AOT ERW MINT KCE OSP ขณะที่แนะนำระมัดระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งมีความเสี่ยงค่าเงินบาทอ่อนจะกดดันผลประกอบการไตรมาส 1/67 (GPSC เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่ประกาศตัวแรก 8 พ.ค. ซึ่งตลาดคาดกำไรหดตัว YoY)


2.หุ้นธีม Defensive Stock สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ซึ่งผลประกอบการไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจ เลือก หุ้นการแพทย์ (BDMS) หุ้นขนส่งทางบก (BEM) หุ้นค้าปลีก (CPALL CPAXT) หุ้นสื่อสาร (ADVANC) หุ้นอสังหาปันผลดี (AP)


3.สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรในหุ้น Mid- Small Cap. ซึ่งคาดมีโมเมนตัมกำไรไตรมาส 1-2/67 เติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ เลือก ONEE SNNP THRE TIDLOR


4.สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มเบาบางลง และรายงานสต๊อกน้ำมันที่เพิ่มมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งยังเป็นทิศทางตามฤดูกาล ในกรณีฐานที่เป็นสงครามเงา ราคาน้ำมันดิบ Bent จะอยู่ในระดับที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้นการมีหุ้นน้ำมันสำหรับป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากกรณีความไม่สงบในตะวันออกกลาง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เลือกหุ้นน้ำมันขั้นต้นอย่าง PTTEP


ส่วนหุ้นแนะนำ BBL มองมีหลายปัจจัยกระตุ้น อาทิ credit cost มีแนวโน้มลดลงในช่วงที่เหลือของปีนี้ การเติบโตของสินเชื่อโดดเด่นจากความต้องการสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น และมี upside risk ต่อ NIM จากโอกาสที่จะไม่มีการปรับลด ดบ. นโยบายในปีนี้ อีกทั้ง valuation ยังถูกและความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำ


SCGP มองเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการผลิต (โดยเฉพาะจีน) และในช่วงที่เหลือของปี 2567 คาดผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้น ด้วยแรงหนุนจากราคาและความต้องการกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น (โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย) ซึ่งน่าจะช่วยหนุนให้ราคาหุ้นมีโมเมนตัมเป็นบวกมากขึ้น