3 หุ้นค้าปลีกสุดปัง ! รับยอดใช้จ่ายเปิดเทอมสูงสุดรอบ 15 ปี
หุ้นกลุ่มค้าปลีกได้รับปัจจัยบวกต่อเนื่อง ทั้งจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและกำลังซื้อภายในประเทศที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอมที่พ่อแม่ผู้ปกครองจะมีการจับจ่ายใช้สอยต่างๆ ทั้งเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์การเรียน ให้กับบุตรหลาน ซึ่งในปี 2567 คาดว่ายอดการใช้จ่ายในช่วงนี้จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 15 ปี แต่จะมีหุ้นอะไรบ้างที่ได้รับผลบวกและน่าสนใจ Wealthy Thai มีข้อมูลมาฝาก
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มการฟื้นตัวหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่เน้นจำหน่ายสินค้าคงทนยังมีโมเมนตัมต่อเนื่องจากช่วงต้นปีที่เป็นกลุ่มเด่นสุด จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกเดือนเม.ย. 67 แม้ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า แต่ห้างค้าปลีกประเภท Supermarket, Hypermarket ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางภาพรวม
ประกอบกับ ม.หอการค้าประเมินยอดจับจ่ายช่วงเปิดเทอมปี 2567 จะขยายตัว 4.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ 6.0 หมื่นล้านบาท สูงสุดในรอบ 15 ปี ประเมินเป็นบวกต่อหุ้น CPALL, CPAXT, BJC โดยเน้น CPALL แนวโน้มการเติบโตยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 2/67 เด่นสุดในกลุ่ม , BJC แนวโน้มกำไรฟื้นชัดเจนขึ้นนับจากไตรมาส 2/67 และมีแรงหนุนเชิงบวกการใช้เกณฑ์เลือกหุ้น SET50/100 ใหม่
สำหรับความน่าสนใจของ CPALL บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ผลของการปรับประมาณการ ทำให้ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 76 บาทต่อหุ้น โดยเลือก CPALL เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มค้าปลีกจาก 1. ระยะสั้นแนวโน้มผลประกอบการคาดเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่อง
2. CPALL ได้ประโยชน์โดยตรงจากเม็ดเงินของนโยบาย Digital Wallet เป็นบวกต่อธุรกิจ CVS และ CPAXT จากภาคการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวชัดเจน และ 3. Valuation ไม่แพง ปัจจุบันหุ้นซื้อขายบน PER ปี 67 เพียง 24 เท่า หรือใกล้เคียง 2SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี และสถานะถือครองของนักลงทุนต่างชาติเหลือเพียง 27% ต่ำเมื่อเทียบค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ราว 32%
ส่วน CPAXT บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ยังคงคําแนะนํา Outperform ราคาเป้าหมาย 37 บาท เนื่องจาก 1. ระยะสั้นมีปัจจัยบวกต่อกําไรในงวดไตรมาส 1/67 ที่ยังโตได้ดีจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 2. แม้ระยะถัดไปกําไรในไตรมาส 2/67 อาจชะลอลงจากไตรมาส 1/67 บ้าง เพราะเป็นช่วง low season แต่คาดจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/67 และจะเดินหน้าสู่จุดพีคของปี 2567 ในงวดไตรมาส 4/67 ซึ่งเป็น high season ซึ่งทําให้คาดว่ากําไรโดยรวมทั้งปีนี้มีแนวโน้มจะโตดีกว่าค่ามัธยฐานของหุ้นกลุ่มพาณิชย์อื่นๆ ที่ฝ่ายวิจัยศึกษา
สุดท้าย BJC บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดผลประกอบการมีโอกาสเติบโตรายไตรมาส โดยเฉพาะในครึ่งหลังปี 2567 ที่ได้การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐและ Digital wallet ช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ทำให้เบื้องต้นยังคงประมาณการและคงคำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสมที่ 35.75 บาท ในระยะสั้น BJC อาจเห็นแรงกดดันจากผลประกอบการไตรมาส 1/67 ที่อ่อนแอเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ส่วนใหญ่แนวโน้มกำไรโตจากไตรมาส 1/66 และมีโอกาสที่ตลาดจะต้องปรับประมาณการลงผลจาก Tax Rate ที่สูงกว่า Guidance
อย่างไรก็ดี BJC มี Catalyst สำคัญอยู่ จากโอกาสถูกเพิ่มเข้าดัชนี SET50/SET100 รอบครึ่งหลังปีนี้ และการ spin off BRC (Big C) เข้าตลาด คาดเห็นความคืบหน้าช่วงครึ่งหลังปี 2567 ช่วยปลดล็อกมูลค่าธุรกิจและมีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลง ดังนั้นประเมินหลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 1/67 อาจเป็นจังหวะกลับเข้าสะสม (คาดรายงานงบวันที่ 14 พ.ค. 67)

