3 หุ้นน่าเก็บรับกำไรโตต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นไทยยังผันผวนจากปัจจัยลบภายในประเทศที่เข้ามากดดันต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนต้องวางแผนการลงทุนอย่างรัดกุม โดยบล.กรุงศรี มีมุมมองเป็นกลางต่อทิศทางการลงทุนในสัปดาห์นี้ (24-28 พ.ค. 64) โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index คล้ายกับสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ 1,530 - 1,580 จุด
ตลาดหุ้นไทยยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ที่ชัดเจนดังนั้นการเคลื่อนไหวของดัชนีจึงแกว่งตัวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยต้นสัปดาห์ดัชนีอาจจะฟื้นตัวตามตลาดหุ้นดาวโจนส์ตอบรับดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐในดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนปัจจัยในประเทศตัวเลขส่งออกเดือน เม.ย. ที่คาดว่าจะออกมาดีจะช่วยหนุน อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นดังกล่าวมาจากฐานที่ต่ำในปีที่ผ่านมาทำให้การตอบรับของตลาดอาจจะไม่ได้มาก
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบกดดันจากจำนวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 ที่ยังทรงตัวในระดับสูง มีคลัสเตอร์ผู้ติดเชื่อเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และมีผู้ติดเชื้อกลายพันธ์ทั้ง สายพันธ์อินเดีย และ แอฟริกาใต้ รวมทั้งยังมีปัจจัยลบจาก Fund flow ไหลออก โดยเฉพาะการปรับดัชนีของ MSCI ซึ่งปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยจาก 1.83% เป็น 1.73% คิดเป็น Fund flow ไหลออกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เป็นSentiment ลบกับหุ้นขนาดใหญ่
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้ยังเป็น Selective Buy เน้นกลุ่มธุรกิจที่ผลกำไรปี 2564 เติบโต แข็งแกร่ง (กลุ่มโรงพยาบาล) และมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น กลุ่มที่ได้ปรับเข้าคำนวณในดัชนี MSCI และ FTSE รอบใหม่ (CBG SCGP OR) โดยคง TOP Pick ไว้เหมือนกับสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ BCH EPG และ SCGP
หุ้นแนะนำ
-
บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ที่ 324 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาส 4/63 และเพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาส 1/63 โดยแนวโน้มปีนี้คาดกำไรสุทธิจะดียิ่งกว่าจากปัจจัยหนุนรายได้การตรวจหาเชื้อ Covid-19 ที่เพิ่มขึ้น ตามการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ยังรุนแรง แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 20 บาท
-
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/64 (ม.ค.- มี.ค. 2564) ที่ 456 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 86% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากผลกำไรที่ดีขึ้นทั้ง 3 ธุรกิจ (ฉนวน, ชิ้นส่วนยานยนต์ และแพ็คเกจจิ้ง) แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 16 บาท
-
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP แนวโน้มกำไรสุทธิยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาสจากการเพิ่มกำลังการผลิต และผลบวกจากการเข้าซื้อกิจการในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม และอินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังมี Sentiment บวกจากการได้เข้าคำนวณในดัชนี MSCI และ FTSE รอบใหม่ (MSCI มีผล 27 พ.ค. และ FTSE มีผล 18 มิ.ย.) แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 60 บาท
ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้
-
Covid-19 ยังน่าเป็นห่วง ตัวเลขยังสูง มีคลัสเตอร์ใหม่มากขึ้น โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเฉลี่ยสูงถึง 3,300 รายต่อวัน และมีคลัสเตอร์ที่แพร่เชื่อเพิ่มมากขึ้น ยากต่อการเฝ้าระวังโดยเฉพาะ กทม. มีมากถึง 30 คลัสเตอร์ นอกจากนี้ยังพบผู้ติดเชื้อกลายพันธ์ทั้ง สายพันธ์อินเดียและแอฟริกาใต้
-
ติดตามตัวเลข ส่งออกและนำเข้า เดือน เม.ย. กระทรวงพาณิชย์จะรายงานตัวเลข ส่งออกและนำเข้าของไทยเดือน เม.ย. ในวันที่ 25 พ.ค. 2564 โดย Consensus คาดตัวเลขส่งออกขยายตัว 8% จาก 8.5% ในเดือน มี.ค. ส่วนยอดนำเข้าคาดขยายตัว 24.3% จาก 14.1% ในเดือน มี.ค. เป็นการเพิ่มขึ้นจากฐานต่ำ
-
MSCI Rebalance มีผลโดยใช้ราคาปิด 27 พ.ค. 2564 โดย MSCI ปรับลดน้ำหนักการลงทุนของตลาดหุ้นไทยลงจาก 83% เป็น 1.73% หรือคิดเป็นเงินทุนไหลออกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ปัจจัยนี้จะยังกดดันต่อหุ้น Big Cap เพื่อเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวแนะนำเก็งกำไรในหุ้นที่ถูกเพิ่มน้ำหนักหรือหุ้นที่ได้เข้าคำนวณในดัชนีรอบใหม่ เช่น CBG และ SPCG

