SCB ยืนหนึ่งหุ้นแบงก์ปันผลสูง จับตาปี 67 แจกผลตอบแทนเกิน 9%
ปัจจุบัน SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กลายเป็นหุ้นธนาคารที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (dividend yield) สูงที่สุดในกลุ่มฯ ไปแล้ว หลังจากปีที่ผ่านมา ประกาศจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนแบบจุกๆ ถึง 10.34 บาทต่อหุ้น ซึ่งในปี 2567 ก็มีแนวโน้มที่ SCB จะให้ผลตอบแทนสูงเช่นเดียวกัน ด้วยการเพิ่มอัตราส่วนเงินปันผลต่อกำไร (Dividend Payout) เป็น 80% จากเดิมที่อยู่ในระดับ 50-60%
ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจคาดการณ์เงินปันผลปี 2567-2568 ของ SCB จะอยู่ในระดับสูงแค่ไหน และมีแนวโน้มการเติบโตในช่วงที่เหลือของปีนี้อย่างไร
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่าในปี 2567 SCB จะจ่ายปันผลที่ระดับ 9.49 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับ 9.2% และ ปี 2568 คาดการณ์ว่าจะจ่ายปันผลที่ 10.01 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 9.7%
ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงานฝ่ายวิเคราะห์คาดยังเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยกำไรไตรมาส 2/67 จะปรับตัวดีขึ้นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า หนุนจากการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลง หลังเร่ง Write-Off ลูกหนี้กลุ่มเสี่ยงสูงของ CardX ไปมาก และปัจจุบัน NPL Ratio ของ SCB ยังอยู่ในระดับที่ทรงตัวที่ 3.9% ใกล้เคียงกับไตรมาส 4/66
นอกจากนี้คาดว่าจะเริ่มเห็นการขยายสินเชื่อของกลุ่มธุรกิจ Consumer Finance มากขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่มีการเร่งขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้บริการ หนุนให้ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าทั้งปี 2567 SCB จะมีกำไรสุทธิ 46,037 ล้านบาท โต 5.8% จากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม SCB เน้นย้ำถึงนโยบายการจ่ายปันผลที่เพิ่ม Dividend Payout ขึ้นเป็นราว 80% จากในอดีตที่อยู่ในระดับ 50-60% โดยระบุว่าในปี 2567 จะยังคง Dividend Payout Ratio ใกล้เคียงกับปี 2566 เพราะปัจจุบันบริษัทไม่ได้เร่งขยายสินเชื่อมากนัก และมีระดับเงินกองทุนขั้นที่ 1 สูงเพียงพอตามที่ธปท. กำหนด ส่วนการเข้าซื้อหุ้นของบริษัท Home Credit Vietnam เพื่อขยายธุรกิจใน AEC คาดจะไม่กระทบกับแนวทางการจ่ายปันผลของบริษัทในอนาคต
ในช่วงสั้นแม้มีปัจจัยถ่วงจากการตั้งสำรองของ CardX แต่ในระยะยาวคาดจะมีพัฒนาเชิงบวกมากขึ้น หลังปรับกลยุทธ์และวิธีการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน นอกจากนี้ยังเห็นสินเชื่อของธุรกิจใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ช่วยให้ ROE ขยายตัวได้ในระยะกลาง-ยาว ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside จากมูลค่าพื้นฐานปี 2567 เดิมที่ 128 บาท และคาดให้ Dividend Yield สูงถึง 9.2% ทำให้เป็นธนาคารใหญ่ที่มีความน่าสนใจ จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"

