KCE ราคาดีด 2.31% รับเงินบาทอ่อน-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ลง แถมอานิสงส์ EU ขึ้นภาษีรถไฟฟ้าจีน
ราคาหุ้น KCE หรือ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ปรับตัวขึ้นนำกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง รวมถึงระยะสั้นอาจได้อานิสงส์เชิงบวกจากประเด็นที่ EU ประกาศขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจีนสูงสุด 38% โดยล่าสุดราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 44.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.31% จากวันก่อนหน้า
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาด KCE ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่ยังคงอ่อนค่าที่ระดับ 36.4-36.8 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และ Sentiment เชิงบวกในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ จากกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาด KCE ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่ยังคงอ่อนค่าที่ระดับ 36.4-36.8 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และ Sentiment เชิงบวกในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ จากกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง
อีกทั้ง KCE ยังรายงานกำไรไตรมาส 1/67 อยู่ที่ 421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 9% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งบริษัทยังคงเป้าการเติบโตของรายได้ในปี 2567 ที่ 4-7% แต่เพิ่มเป้าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 24% เป็น 25-26% หลังมองผลกระทบเชิงบวกของโครงการลดต้นทุน ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยกระตุ้น GPM ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ได้
นอกจากนี้ยังได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากประเด็นที่ EU ประกาศตั้งกำแพงภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจีนสูงสุด 38% ด้วย โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า สหภาพยุโรป (EU) ประกาศกำหนดกำแพงภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ผลิตในจีนเพิ่มเติมจากภาษีเข้าที่มีอยู่แล้ว 10% โดยปรับขึ้นอีกไม่เกิน 38% ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. เป็นต้นไป หากการเจรจากับทางการจีนล้มเหลว ในการหาทางแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งความเคลื่อนไหวของสหภาพยุโรปครั้งนี้ ทำให้ทางการจีนออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก โดยกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า การตัดสินใจนี้คือพฤติกรรมกีดกันอย่างชัดเจน เสี่ยงสร้างและขยายรอยร้าวทางการค้า โดย หลิน เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เตือนว่า จีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นทุกอย่าง เพื่อปกป้องสิทธิ์และผลประโยชน์ตามกฎหมายของประเทศ
ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินผลกระทบของการประกาษเก็บภาษีที่กรอบ 17%-38% หรือยกระดับจาก 10% ก่อนหน้า เป็นการยกระดับความรุนแรงในแง่สงครามการค้า โดยตลาดรถยนต์ยุโรปคิดเป็น 40% ของยอดส่งออกรถยนต์รถยนต์ EV จากจีนในปี 2566 ดังนั้นการยกระดับถือว่ามีผลกระทบมีนัยสำคัญ
โดยประเมินผู้เล่นที่ได้ประโยชน์ระยะสั้น คือ DELTA และ KCE เนื่องจาก DELTA มีลูกค้า EV ส่วนใหญ่อยู่ในตลาด ยุโรปและมีลูกค้าน้อยในตลาดจีน เช่นเดียวกับ KCE ดังนั้นเป็นไปได้ที่ยอดรถยนต์ยุโรปที่ดีขึ้นจะช่วยหนุนผู้เล่นทั้งคู่ ส่วน HANA มองเป็นกลาง แม้มีโรงงานในจีนแต่เน้นส่งภายในตลาดจีนเป็นหลัก
อย่างไรก็ดีระยะกลาง หากมีการตอบโต้ด้านภาษีต่อเนื่อง ย่อมไม่ดีต่ออุตสาหกรรมในภาพรวมทั้งหมด เพราะจะกระทบให้การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมช้าลง ไม่ดีต่อผู้เล่นทุกราย
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ อีก 19 ชั่วโมง
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
