เทียบฟอร์ม COCOCO - PLUS หุ้นน้ำมะพร้าวสุดฮอต กำไรโตแร๊ง !!
แม้หุ้นขนาดใหญ่จะโดนเทขายเพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยการเมืองภายในประเทศที่ไม่แน่นอน ฉุดดัชนีให้ปรับตัวลงทำนิวโลว์จนนักลงทุนใจหายใจคว่ำ แต่หากสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะพบว่ามี 2 หุ้นน้ำมะพร้าวอย่าง COCOCO หรือ บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) และ PLUS หรือ บริษัท โรแยล พลัส จำกัด (มหาชน) ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นโดดเด่น สวนทางภาวะตลาดหุ้นไทยที่ผันผวน
Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจแนวโน้มธุรกิจและการเติบโตของ 2 หุ้นน้ำมะพร้าวสุดฮอตว่าจะเป็นอย่างไร และราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยังมีโอกาสให้เข้าลงทุนได้หรือไม่
โดยความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของ COCOCO และ PLUS หากสำรวจข้อมูลจากเว็บไซต์ setsmart จะพบว่า วันที่ 17 มิ.ย. 67 ราคาหุ้นของ COCOCO อยู่ที่ 12.20 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 54.43% จากช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่วน PLUS ราคาหุ้นอยู่ที่ 7.50 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.97% จากต้นปี 2567
ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของ COCOCO นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติในไตรมาส 2/67 เบื้องต้นในกรอบ 210-230 ล้านบาท ทำ New High จากยอดขายน้ำมะพร้าวที่กลับมาเติบโต จากการผ่านพ้นช่วง Low season ในไตรมาส 1/67 และการรับรู้รายได้จากลูกค้าใหม่ในจีนและสหรัฐฯ รวมถึงการออกสินค้าในบรรจุภัณฑ์ใหม่ เช่น กระป๋องและ PET Aseptic
คาดกำไรปกติมีโอกาสทำ New High ได้ต่อจนถึงไตรมาส 4/67 เนื่องจากในไตรมาส 3/67 จะเป็นการเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนของสหรัฐฯ และยุโรปส่งผลให้อุปสงค์ของสินค้ากลุ่มเครื่องดื่มสูงขึ้น และในไตรมาส 4/67 จะเป็น High season ของลูกค้าในจีน โดยปรับประมาณการกำไรปกติปี 2567-2568 ขึ้น 8.6% และ 9.5% เป็น 883 ล้านบาท โต 54.7% และ 1,280 ล้านบาท โต 44.9% จากปีก่อน ตามลำดับ ส่งผลให้ได้ราคาเหมาะสมใหม่ปี 2567 ที่ 15.30 บาท และปรับคาแนะนาขึ้นเป็น “ซื้อ”
สำหรับ PLUS นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติในไตรมาส 2/67 เบื้องต้นในกรอบ 70-75 ล้านบาท กลับมาเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า หนุนจาก 1.การผ่านพ้นช่วงฤดูหนาวของภูมิภาคยุโรปและสหรัฐฯ ส่งผลให้ลูกค้ากลับมาสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น
.
นอกจากนี้ยอดขาย MABU Coco ที่สูงขึ้นจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรับรู้รายได้จาก Coco Royal เต็มไตรมาส และการรับรู้รายได้จากออเดอร์ที่ถูกเลื่อนมาจากในไตรมาส 1/67 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดกลับมาสูงขึ้นจากไตรมาส 2/66 และ 1/67 จาก U-rate ที่สูงขึ้น ประกอบกับ Product Mix ที่เน้นขายสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงมากขึ้น
ส่วนแนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 3/67 คาดสามารถเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า ทำระดับสูงสุดของปีได้ หนุนจากการเข้าสู่ช่วง High season ของธุรกิจที่เป็นช่วงฤดูร้อนของยุโรปและสหรัฐฯ ประกอบกับการขยายสาขาในร้าน Walmart เป็น 4,000 สาขา จากในปัจจุบันที่ 3,000 สาขา รวมถึง GPM ที่คาดฟื้นตัวเด่นหนุนจากราคามะพร้าวที่ปรับตัวลง ประกอบกับ U-rate ที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการในปี 2567 ของ PLUS ประเมินไตรมาส 2/67 และ 3/67 กำไรปกติจะสามารถกลับมาเติบโตเด่นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าได้ จึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 261 ล้านบาท โต 55.2% จากปีก่อน และคงราคาเหมาะสมปี 2567 ที่ 8.20 บาท อย่างไรก็ตามราคาหุ้นในปัจจุบันซื้อขายบน PER ปี 67 ที่ 19.1 เท่า และมี Upside gain เหลือไม่มาก จึงคงคำแนะนำ เก็งกำไร

