10 หุ้นพื้นฐานดี ลุ้นรีบาวน์ เป้าหมาย Short Covering
นอกจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตช้ากว่าคาด อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนของการเมืองภายในประเทศที่กดดันตลาดหุ้นไทยมาตั้งแต่ต้นปี 2567 แล้ว การทำธุรกรรม Short Sell นับเป็นอีกปัจจัยที่กดดัน SET Index อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการ Uptick Rule ซึ่งจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ก.ค. นี้ จะทำให้การ Short Sell ทำได้ยากขึ้น ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับหุ้นไทย อีกทั้งช่วงที่ผ่านมาดัชนีปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก ทำจุดต่ำสุดต่อเนื่อง จน Valuation อยู่ในระดับที่ไม่แพง จึงอาจเป็นโอกาสให้นักลงทุนเข้าสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานดี และมีโอกาสจะถูกซื้อหุ้นคืน (Short Covering) ได้
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า มาตรการคุมเข้ม Short Selling, Program Trading และ Uptick rule ที่จะเริ่มใช้ 1 ก.ค. นี้ คาดช่วยหนุน SET ให้มีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับ SET ที่ Valuation "ไม่แพง" ทั้งในเชิงของ PE, P/BV, Earning Yield Gap และกำไรที่แซงหน้าก่อนเกิดโควิดแล้ว ทำให้มองว่ามีโอกาสที่จะเกิด Short-Covering ได้
ขณะที่ล่าสุดนายกฯ เตรียมประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น กลาง และยาว ในต้นสัปดาห์นี้ คาดว่าจะช่วยหนุน SET ให้ปรับตัวขึ้น และเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้บ้าง ดังนั้นจากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นจึงแนะนำลงทุนในกลุ่มหุ้นที่ผลการดำเนินงานเติบโตได้ โดยไม่ต้องพึงพามาตรการรัฐบาลมากนัก และเป็นเป้าหมายถูก Short Covering ได้แก่
ADVANC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 255 บาท คาดรายได้เฉลี่ยของผู้ให้บริการต่อลูกค้าหนึ่งคนต่อเดือน (ARPU) เร่งตัว ในขณะที่ค่าใช้จ่ายการตลาดลดลง
AOT แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 77 บาท ประเมินนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
BDMS แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 38 บาท คาดว่าผู้ป่วยต่างชาติจะเติบโตสูงต่อเนื่อง
BEM แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 11 บาท คาดกำไรทำ New High จากจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้าและทางด่วนที่เพิ่มขึ้น
CPALL แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 73 บาท คาดปี 2567 ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เติบโต 3-4%
GULF แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 54 บาท คาดมีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
KCE แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 48 บาท การใช้แผง PCB ในอุตสาหกรรมรถยนต์เติบโต และได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า
MINT แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 43 บาท กำลังเข้าสู่ High Season ของธุรกิจโรมแรมในไตรมาส 2/67
MTC แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 53 บาท แนวโน้มสินเชื่อเติบโต และควบคุมหนี้เสียได้ดี
สุดท้าย SCB แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 124 บาท ประเมินให้ผลตอบแทนจากปันผลที่ระดับ 7-8% ต่อปี
อย่างไรก็ตาม ต้องรอติดตามต่อไปว่ามาตรการคุมเข้ม Short Selling, Program Trading และ Uptick rule จะเพียงพอในการสร้างความเชื่อมั่นกับนักลงทุน และสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดหุ้นไทยหรือไม่

