SCB ยกเลิกแอป Robinhood โบรกฯ มองหยุดรับรู้ผลขาดทุน ปีนี้อีก 900 ลบ. ดันกำไรปี 67 โตเพิ่ม
คืนที่ผ่านมา บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ประกาศยุติการให้บริการในแอปพลิเคชัน Robinhood ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป แม้ในแง่ของลูกค้าขาประจำหรือไรเดอร์ ตลอดจนร้านค้าอาจได้รับผลกระทบเชิงลบ แต่ในแง่ของภาพรวมบริษัทอาจเป็นผลบวก เนื่องจากไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากธุรกิจแอปพลิเคชันแล้ว แต่จะเป็นผลบวกมากแค่ไหน Wealthy Thai มีมุมมองที่น่าสนใจจากนักวิเคราะห์มาฝาก
จากการสำรวจข้อมูลพบว่า Robinhood ของ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (PPV) อยู่ในธุรกิจ Gen 3 ของกลุ่ม SCB และตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ Robinhood มีผลขาดทุนต่อเนื่อง โดยล่าสุดปี 2566 มีผลขาดทุนอยู่ที่ 2.15 พันล้านบาท
จากการสำรวจข้อมูลพบว่า Robinhood ของ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (PPV) อยู่ในธุรกิจ Gen 3 ของกลุ่ม SCB และตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ Robinhood มีผลขาดทุนต่อเนื่อง โดยล่าสุดปี 2566 มีผลขาดทุนอยู่ที่ 2.15 พันล้านบาท
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมอง Neutral ต่อข่าว SCB จะหยุดให้บริการ Robinhood เพราะปี 2567 คาดว่า SCB มีแรงกดดันจากการบันทึกค่าใช้จ่ายด้อยค่าสินทรัพย์ เช่น Software เป็นต้น อย่างไรก็ตามปี 2568 จะมีผลบวกจากการที่ไม่ต้องรับรู้ขาดทุนจากผลการดําเนินงาน อีกทั้งคาดว่าการหยุดให้บริการ Robinhood จะไม่มีผลกระทบต่อการจ่ายปันผลของ SCB ดังนั้นฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคาดว่า dividend yield ของ SCB จะอยู่ที่ประมาณ 8-10% ต่อปี ซึ่งสูงสุดในกลุ่มธนาคาร
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองในทิศทางเดียวกัน โดยการยุติกิจการครั้งนี้ ช่วยให้ SCB หยุดรับรู้ผลขาดทุนจากหน่วยธุรกิจ แอปพลิเคชัน Robinhood โดยตามฐานข้อมูล DBD พบว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด มีผลขาดทุนต่อเนื่อง ล่าสุดปี 2565 –66 มีผลขาดทุน 2 พันล้านบาท และ 2.1 พันล้านบาท (เฉลี่ยขาดทุน 180 ล้านบาทต่อเดือน) ตามลำดับ
หากอิงผลขาดทุนปี 2566 ข้างต้น และอยู่บนสมมติฐานว่าผลขาดทุนหลักของ บ. ย่อย ดังกล่าว มาจาก Robinhood เป็นหลัก จะส่งผลให้ SCB ไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้หรือราว 900 ล้านบาท คิดเป็น Upside ต่อ ประมาณการกำไร SCB ปี 2567 ราว 2%
แต่การยุติกิจการมีโอกาสตามมา ด้วยค่าใช้จ่ายชดเชยพนักงาน และการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้แล้วบางส่วน ซึ่งงบดุลของ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ณ สิ้นปี 2566 มีสินทรัพย์อยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท (สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนราว 1.9 พันล้านบาท หากมีการตั้งด้อยค่าฯ จะอยู่ในส่วนนี้เป็นหลัก) และหนี้สินรวม 797 ล้านบาท เหลือสินทรัพย์สุทธิ 2.7 พันล้านบาท
ภาพรวมฝ่ายวิเคราะห์มองเป็นกลางต่อประเด็นนี้ เพราะหากมีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ อาจไม่มี Upside ต่อประมาณการปี 2567 ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน ส่วนปี 2568 จะมี Upside ไม่เกิน 5% ของประมาณการกำไรที่ 4.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน ตามการหยุดรับรู้ผลขาดทุนข้างต้น คงคำแนะนำ Neutral
Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
