สำรวจกลุ่มหุ้นรับประโยชน์ หาก “ทรัมป์” คว้าตำแหน่งประธานาธิบดี หลังดีเบทนัดแรก “ไบเดน” พลาดท่า

การดีเบทนัดแรกระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ โจ ไบเดน ที่รัฐแอตแลนต้า สหรัฐอเมริกา จบลงไปแล้ว ซึ่งครั้งนี้หลายฝ่ายมองไปในทิศทางเดียวกันว่าทรัมป์ทำได้ดีกว่า โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าทรัมป์มีท่าทีสุขุมมากขึ้น ไม่ก้าวร้าวและกล่าวว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร ตนจะเคารพผลการเลือกตั้ง


ในขณะที่ โจ ไบเดน ตอบคำถามได้ไม่ดีนัก ตอบตะกุกตะกักและติดชัด เนื่องจากปัญหาทางสุขภาพ สร้างเสียงวิจารณ์และความกังวลถึงความพร้อมด้านสุขภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนตัวผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ของพรรคเดโมแครตหรือไม่


จากประเด็นดังกล่าวทำให้โพลล์คะแนนเสียงของ ทรัมป์ ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และนักวิเคราะห์คาดว่าหาก ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ อาจนำไปสู่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นอานิสงส์เชิงบวกต่อหุ้นบางอุตสาหกรรม


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตัวเลข Core PCE ของสหรัฐฯ ที่รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แสดงตัวเลขเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า และ 2.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้


ขณะที่ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนเผยว่าความคาดหวังอัตราเงินเฟ้อในปีหน้าลดลงเป็น 3.0% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเป็น 68.2 จุด แม้ตัวเลขเหล่านี้จะเป็นบวก แต่ดัชนี S&P 500 กลับปรับตัวลดลง 0.41% เนื่องจากการโต้วาทีของประธานาธิบดีที่อาจเพิ่มคะแนนเสียงของทรัมป์อย่างมีนัยสำคัญ โดยผลสำรวจโพลล์ล่าสุดจาก CNN ประมาณ 67% เห็นว่าทรัมป์ทำได้ดีกว่า และ 33% เป็นของไบเดน


อย่างไรก็ตาม คาดตลาดจะหันไปเก็งกำไรในกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้ประโยชน์หากทรัมป์ได้รับเลือกอีกครั้ง เช่น ขนส่งทางเรือ, นิคมอุตสาหกรรม, อิเล็กทรอนิกส์ และพลังงานต้นน้ำ ซึ่งอาจนำไปสู่ความตึงเครียดในสงครามการค้ากับจีนมากขึ้น


สำหรับผลกระทบเชิงบวกในตลาดหุ้นไทย กลุ่มเดินเรือมีศักยภาพที่น่าสนใจ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

1.กลุ่มเดินเรือเทกอง เช่น แร่เหล็ก ถ่านหิน และสินค้าเกษตร โดยมีหุ้นหลักคือ PSL และ TTA และ 2.กลุ่มเดินเรือขนส่งสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ โดยมีหุ้นหลักคือ RCL


ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ ถือ หุ้น RCL พร้อมเป้าหมายที่ 33 บาทต่อหุ้น โดยคาดการณ์กำไรปี 2567 ที่ 3.4 พันล้านบาท จากแรงหนุนการเปลี่ยนเส้นทางและความไม่แน่นอนทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ แต่คาดว่าปี 2568 กำไรจะลดลง 59% จากปีก่อน สะท้อนแนวโน้มอุปทานเพิ่มสูงกว่าอุปสงค์ในปีหน้า


ส่วนนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ได้ประมาณการกำไรหลัก TTA ครึ่งแรกของปี 2567 ไว้ที่ 1.6 พันล้านบาท คิดเป็น 72% ของคาดการณ์ทั้งปี โดยตลาดสินค้าเทกองน่าจะยังคงแข็งแกร่งในครึ่งปีหลัง เนื่องจากสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะมีการปรับประมาณการกำไร จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น TTA ด้วยราคาเป้าหมายที่ 10 บาท


และสุดท้าย นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่ าราคาหุ้น PSL มีโอกาสฟื้นตัวตามค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา BDI เพิ่มขึ้น 13% ขณะที่ราคาหุ้น PSL ยังปรับตัวลง 4.8% ให้แนวต้านอยู่ที่ 10.50 บาท
Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us