Official Update :

EA ลั่น Adder หมด ยังมีกระแสเงินสดเข้าสม่ำเสมอ ยันฐานะการเงินแกร่ง คืนหนี้หุ้นกู้ครบตรงเวลา

EA ยันฐานะทางการเงินแกร่ง มีกระแสเงินสดพร้อมคืนหนี้หุ้นกู้ทุกบาททุกสตางค์ตรงเวลา แจง Adder โรงไฟฟ้าหมด ไม่ได้หมายความว่ารายได้เป็นศูนย์ แต่ยังมีรายได้จากการขายไฟให้กับการไฟฟ้าทุกเดือน เผยเตรียม Roll Over หุ้นกู้ครบกำหนดปีนี้ราว 5,500 ล้านบาท มั่นใจนักลงทุนให้การตอบรับดี ส่วนรถเมล์ไฟฟ้าไทยสมายบัส ยอดผู้โดยสารเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดถึงจุดคุ้มทุนใน 1 ปี


นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวลือและความกังวลเรื่องสถานะทางการเงินของบริษัท โดยเฉพาะเรื่องกระแสเงินที่ลดลงจากค่า Adder ของโรงไฟฟ้าที่จะทยอยหมดลงตั้งแต่ปี 2567-2571 นั้น โดยระบุว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ ถึงแม้ว่า Adder จะหมดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าในรายได้ส่วนนี้จะหายไปหรือกลายเป็นศูนย์ เพราะบริษัทยังมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฯ ตามปกติ ซึ่งบริษัทยังคงมีกระแสเงินสดเป็นรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ 


ทั้งนี้ การหมด Adder ของโรงไฟฟ้าไม่ได้หมดทยอยพร้อมกัน แต่จะเป็นการทยอยหมดตามลำดับ ซึ่งบริษัทสามารถขายไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง และสามารถยื่นเพื่อขอต่อสัญญาขายไฟฟ้าได้ทุกๆ 5 ปี รวมถึงราคาค่าไฟยังแพงกว่าราคา Fit อีกด้วย โดยประเมินรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าในปี 2567 จะอยู่ที่ประมาณ 9,000 ล้านบาท และคาดว่าจะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท ในปี 2573


ขณะที่นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันบริษัทยังมีเงินสดเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจและชำระคืนหนี้ โดยบริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิม (Roll Over) ที่จะครบกำหนดในปี 2567 ประมาณ 5,500 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน


ปัจจุบันบริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ดังนั้นไม่จึงไม่มีปัญหาในเรื่องของการรุกขยายธุรกิจ รวมถึงการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับกับชำระคืนหนี้หุ้นกู้ด้วย โดยบริษัทมั่นใจว่าสามารถจ่ายดอกเบี้ยและชำระหนี้หุ้นกู้ได้ตรงตามกำหนดอย่างแน่นอน โดยยืนยันว่าต่อให้การลงทุนใน NEX หรือ  BYD แล้วต้องหยุดกิจการ บริษัทก็ยังสามารถจ่ายคืนเงินกู้ได้ครบถ้วน 


นายสมโภชน์ กล่าวว่า ในส่วนของโรงงานแบตเตอรี่ของ EA ซึ่งหลายฝ่ายกังวลเรื่องความสามารถการแข่งขัน หลังจากราคาแบตฯ ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว ที่ผ่านมาบริษัทและพันธมิตร ได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างดี และได้ทำการศึกษาพร้อมกับปรับปรุงเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการผลิต จนขณะนี้ทำให้ต้นทุนปรับลดลงอยู่ใกล้เคียงระดับที่สามารถแข่งขันได้


อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมแผนรองรับโดยการขับเคลื่อนธุรกิจไปในทิศทางที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์โลก ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้านแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการหาโปรเจคใหม่เพื่อสร้างรายได้อื่นๆ เพิ่มเติม จากการขยายการลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ


ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็ได้มีการขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าขยะในจังหวัดภูเก็ตขนาด 9.9 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสร้างเสร็จภายในปี 2569 ขณะเดียวกันยังได้มีการเซ็น PPP ตั้งศูนย์จัดการขยะบนพื้นที่เกาะล้าน โดยมีสัญญาระยะ 5 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุกที่มีอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ บริษัทยังมี Product Champions เช่น การจับมือพันธมิตรแตกไลน์เข้าสู่ธุรกิจเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF), ความร่วมมือกับ CRRC Dalian ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ผู้นำธุรกิจรถไฟความเร็วสูงของจีน ร่วมผลิตหัวรถจักรไฟฟ้า,เป็นผู้นำด้านการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ (Commercial EV) และสถานีชาร์จของบริษัทได้รับการจดสิทธิบัตร ultra-fast charge ในระดับโลก มีหัวชาร์จมากกว่า 2,000  จุดครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ


ทางด้านรถโดยสารไฟฟ้าของบริษัท ไทยสมายบัส จำนวน 2,000 คัน ได้ให้บริการมีผู้โดยสารใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉลี่ยจำนวนผู้โดยสารขณะนี้ประมาณ 350,000 คน/วัน เชื่อว่าภายใน 1 ปีจะสามารถถึงจุดคุ้มทุนได้


ในส่วนของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ บริษัท NEX ก็ถือเป็นผู้นำตลาดของเมืองไทยที่มีคู่ค้า พันธมิตร ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ ให้การยอมรับ และพร้อมที่จะมาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและใช้บริการของ NEX และขอยืนยันว่า EA ได้เตรียมเงินสดไว้เพียงพอสำหรับการเพิ่มทุนของ NEX ในครั้งนี้ เพื่อช่วยให้ NEX มีฐานทุนที่แข็งแรงสำหรับการขยายธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคตต่อไปได้


สำหรับหุ้นเพิ่มทุนที่ขาย PP ให้กับนายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ได้รับการยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะใส่เงินเพิ่มทุน เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกับ EA


ด้านราคาหุ้น EA ในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง ไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง หรือ Valuation ของธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก จากธุรกิจทั้งกลุ่มบริษัท ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่  ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานทดแทน ที่เป็นเมกะเทรนด์


ตลอดระยะเวลา 20 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทขึ้นมา EA เป็นบริษัทที่ลงทุนในธุรกิจใหม่และเป็นกระแสโลกเป็นบริษัทเดียวในประเทศไทยที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่รวมถึงเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจรในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้านับตั้งแต่การผลิตแบตเตอรี่ Li-ion การประกอบ รถบัสไฟฟ้า รถบรรทุกไฟฟ้า รถหัวลากไฟฟ้า เรือไฟฟ้ารวมถึงสถานีชาร์จที่มีครอบคลุมมากที่สุดในประเทศ นับเป็นความภูมิใจที่เป็นบริษัทของคนไทยที่สามารถพิสูจน์ต่อสายตาชาวโลกว่า คนไทยทำได้” นายสมโภชน์ กล่าว