Official Update :

ราคาหมูแพงเป็นบวก ! CPF-BTG-TFG เด่น หนุนผลประกอบการฟื้น

ที่ผ่านมาราคาเนื้อหมูมีความผันผวนจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น โรคระบาดและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ล่าสุดการปรับตัวขึ้นของราคาหมูในหลายประเทศส่งผลกระทบอย่างมากต่อหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะบริษัทที่มีรายได้หลักจากการผลิตและจำหน่ายเนื้อหมู อย่าง CPF, BTG, และ TFG ที่คาดว่าได้รับผลบวกจากการปรับขึ้นของราคาหมูครั้งนี้ ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้รวบรวมมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจจากนักวิเคราะห์มาอัปเดตนักลงทุน


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ราคาหมูต่างประเทศปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ CPF ได้รับอานิสงส์อย่างชัดเจน โดยราคาหมูในเวียดนาม จีน และกัมพูชา ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงไตรมาส 2/67 ซึ่ง CPF มีสัดส่วนรายได้ในเวียดนามและจีนสูงสุดในอุตสาหกรรม รวมกว่า 26% ของรายได้รวม


สำหรับไตรมาส 2/67 คาดว่ากำไรสุทธิของ CPF จะปรับตัวดีขึ้นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาหมูในหลายประเทศ รวมถึงราคาหมูในไทยที่เฉลี่ยอยู่ที่ 69 บาทต่อกิโลกรัม สูงขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยการปรับตัวขึ้นของราคาหมูในเวียดนามและไทยนี้จะทำให้ CPF มีกำไรจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ชีวภาพ นอกจากนี้ต้นทุนการเลี้ยงที่ลดลงต่อเนื่องยังช่วยเพิ่มกำไรสุทธิของบริษัทอีกด้วย


ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ให้ความเห็นที่เกี่ยวข้องกับราคาหมูและหุ้น BTG และ TFG ไว้ดังนี้


สำหรับ BTG คาดว่าธุรกิจในกัมพูชาจะได้รับประโยชน์จากราคาหมูที่เพิ่มขึ้นจากการระบาดของ ASF ซึ่งทำให้ราคาหมูในกัมพูชาเพิ่มขึ้น 25% ในไตรมาส 2/67 ส่วนแผนขยายกำลังผลิตโรงงานอาหารสัตว์ใหม่ในฉะเชิงเทราจะเริ่มผลิตในไตรมาส 3/67 เพิ่มกำลังการผลิตรวมขึ้น 10%


โดยคาดว่าผลประกอบการของ BTG จะฟื้นตัวจากราคาหมูในประเทศที่สูงขึ้นและต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง พร้อมความต้องการส่งออกที่แข็งแกร่ง พร้อมปรับค่า P/E ของ BTG เป็น 15 เท่า และราคาหุ้นเป้าหมายในปี 2567 เป็น 21.10 บาท แต่ราคาหุ้นปัจจุบันที่ P/E 17 เท่าดูสูงเกินไป จึงยังคงคำแนะนำ "Underperform"


ส่วน TFG คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะฟื้นตัวแข็งแกร่งในไตรมาส 2/67 ด้วยราคาขายหมูที่สูงขึ้น และการควบคุมต้นทุนที่ดี ยอดขายต่อร้านเพิ่มเป็น 147,508 บาทต่อวัน ซึ่งราคาหมูที่เพิ่มขึ้นเป็นผลบวกต่อ TFG โดยบริษัทวางแผนขยายร้านค้าปลีกเป็น 450 ร้านในปี 2567 จาก 350 ร้านในปี 2566 คาดว่ากำไรสุทธิปี 2567 จะอยู่ที่ 1.99 พันล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 813 ล้านบาทในปี 2566 และเพิ่มขึ้น 11% ในปี 2568 เป็น 2.21 พันล้านบาท


ฝ่ายวิเคราะห์ปรับ PER ของ TFG เป็น 15.0 เท่า จาก 10.6 เท่า เนื่องจากแนวโน้มรายได้ที่เป็นบวก พร้อมปรับคำแนะนำเป็น “Outperform” จาก Neutral ด้วยราคาเป้าหมาย 4.84 บาท