Official Update :

BANPU ดีดแรง 4% หลังขายสินทรัพย์บางส่วนของ BKV รับทรัพย์ 4.8 พันลบ. หนุนไตรมาส 2

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ปรับตัวขึ้นแรง โดยล่าสุดอยู่ที่ระดับ 5 บาท บาท เพิ่มขึ้น 4.17% จากวันก่อนหน้า ด้วยมูลค่าซื้อขาย 311.29 ล้านบาท หลังแจ้งขายหุ้นและสินทรัพย์บางส่วนในธุรกิจก๊าซฯ อเมริกา


โดย BANPU แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงการจําหน่ายหุ้นในบริษัท BKV Chaffee Corners, LLC (Chaffee) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BKV Corporation (BKV) และการจําหน่ายสินทรัพย์ที่ BKV ไม่ได้เป็นผู้ดําเนินการผลิตใน Chelsea, LLC (Chelsea) โดย BKV เป็นบริษัทย่อยที่บ้านปูถือหุ้นในสัดส่วน 96.38%


ทั้งนี้ BKV ได้จําหน่ายหุ้นในบริษัท Chaffee ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ BKV ไม่ได้เป็นผู้ดําเนินการผลิต โดยมีปริมาณสํารองก๊าซธรรมชาติ 1P จํานวน 122 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (ปริมาณสํารองตามวิธี NYMEX ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566) ครอบคลุมพื้นที่ 9,793 เอเคอร์ และมีหลุมก๊าซธรรมชาติจํานวน 116 หลุม (หรือเทียบเท่า 24 หลุมตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของ) ในบริเวณรัฐเพนซิลเวเนียตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ NEPA โดยราคาขายตามสัญญาอยู่ที่ 105.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และราคาที่จําหน่ายจริงมีมูลค่า 106.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เทียบเท่าประมาณ 3,917 ล้านบาท)


ขณะเดียวกัน BKV ได้จําหน่ายสินทรัพย์ที่เป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติซึ่ง BKV ไม่ได้เป็นผู้ดําเนินการผลิตใน Chelsea โดยมีปริมาณสํารองก๊าซธรรมชาติ 1P จํานวน 35 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (ปริมาณสํารองตามวิธี NYMEX ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566) ครอบคลุมพื้นที่ 6,770 เอเคอร์ และมีหลุมก๊าซธรรมชาติจํานวน 214 หลุม (หรือเทียบเท่า 15 หลุมตามสัดส่วนความเป็นเจ้าของ) โดยตั้งอยู่ในบริเวณ NEPA เช่นกัน มีราคาขายตามสัญญาและราคาที่จําหน่ายจริง 25.0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เทียบเท่าประมาณ 917 ล้านบาท)


ทั้งนี้ ภายหลังการจําหน่ายดังกล่าว BKV ยังคงมีพื้นที่การดําเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติใน NEPA ครอบคลุมประมาณ 19,800 เอเคอร์


อย่างไรก็ตาม การจําหน่ายหุ้นและสินทรัพย์ดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ไม่ได้เป็นส่วนหลักและ BKV ไม่ได้เป็นผู้ดําเนินการผลิต เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพอร์ตโฟลิโอโดยรวม โดย BKV สามารถนําเงินทุนที่ได้จากการจําหน่ายไปเพื่อพัฒนาและต่อยอดธุรกิจก๊าซธรรมชาติที่เป็นสินทรัพย์หลักและให้ผลตอบแทนสูง


ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การขายหุ้นและสินทรัพย์ครั้งนี้เพื่อบริหารสินทรัพย์ที่บริษัทไม่ได้มีส่วนหลัก และ BKV ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ ระยะสั้นทางฝ่ายวิเคราะห์คาดจะเป็นปัจจัยบวกจากกำไรที่จะเข้ามาในไตรมาส 2/66 นี้ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มครึ่งหลังยังไม่มีปัจจัยหนุนการปรับเพิ่มของราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติมากนัก ส่วน Consensus ให้ราคาเป้าหมาย 6.06 บาท
Most Viewed
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 10 ชั่วโมง
Fund Move
“หุ้นอินโดนีเซีย” (IDX) ปีนี้ดิ่งหนัก -40.18%!...หลัง “MSCI” ไม่ปลื้ม จ่อถอดออกจาก “ดัชนีหุ้นโลก” กด “กองหุ้นอินโดฯ” ติดลบเฉลี่ย -23.46%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF สานต่อภารกิจกองทุน 100 ลบ. ยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อชาติ เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงิน 2 ลบ. ช่วยเหลือทหารบาดเจ็บจากการปกป้องอธิปไตย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us