Official Update :

สรุป! กลยุทธ์สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของ EGCO Group ภายใต้วิสัยทัศน์ “ดร.จิราพร ศิริคำ”

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทยและได้ต่อยอดการเติบโตไปในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีโรงไฟฟ้า 42 แห่ง กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 7,003 เมกะวัตต์ และธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องรวม 11 ธุรกิจ กระจายอยู่ใน 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา


โดยประมาณ 21% ของกำลังผลิตทั้งหมด หรือคิดเป็นกำลังผลิตราว 1,447 เมกะวัตต์ มาจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งจากชีวมวล พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมทั้งบนบกและนอกชายฝั่ง เซลล์เชื้อเพลิง ตลอดจนระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่



ในปี 2567 EGCO Group ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การกุมบังเหียนของ  ดร.จิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ที่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ด้วยวิสัยทัศน์ “เสริมศักยภาพ เพิ่มโอกาส เพื่อการเติบโตของ EGCO Group อย่างยั่งยืน” ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ



3 เป้าหมายสำคัญ

จากวิสัยทัศน์ที่กล่าวมา ดร.จิราพร มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะผลักดันเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน คือ การเพิ่มกำลังผลิตใหม่ (Capacity/Portfolio) ทั้งจากโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ควบคู่กับการบริหาร Portfolio ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลถึงการสร้างรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น


ต่อมาคือ การสร้างผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Revenue/Profit) ซึ่งจะส่งผลถึงการจ่ายเงินปันผล (Dividend) และการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท (Credit Rating) ตามมา


และสุดท้ายการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม (Green) ด้วยการสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจ สิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม ตามกรอบ ESG ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้ผู้มีส่วนได้เสีย ให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลและยั่งยืน



สานต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจ “
Cleaner, Smarter and Stronger to drive sustainable growth”

นอกจากนี้ ดร.จิราพร ยังมุ่งมั่นสานต่อการดำเนินธุรกิจของ EGCO Group ตามทิศทาง “Cleaner, Smarter and Stronger to drive sustainable growth”  โดย Cleaner จะเน้นการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังงานหลักให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ควบคู่ไปกับการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดใน Portfolio เพื่อเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% ภายในปี 2573


ขณะที่ Smarter คือการให้ความสำคัญกับความมั่นคงและเสถียรภาพในระบบไฟฟ้า โดยเน้นการลงทุนและเดินเครื่องโรงไฟฟ้าคุณภาพสูงที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงมองหาโอกาสลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง


สำหรับ Stronger เป็นการผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะใน 8 ประเทศที่ EGCO Group มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว พร้อมทั้งการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านพลังงานในเยาวชนผ่านศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราช ตลอดจนการร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำและทรัพยากรธรรมชาติผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิไทยรักษ์ป่า


“ด้วยวิสัยทัศน์และเป้าหมายสำคัญทั้ง 3 ด้าน ตลอดจนทิศทางการดำเนินธุรกิจ “Cleaner, Smarter and Stronger to drive sustainable growth” เชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพา EGCO Group ไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต นอกจากนี้ เราไม่ได้คำนึงถึงการดำเนินธุรกิจและผลประกอบการเพียงเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม และพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตามกรอบ ESG พิสูจน์ได้จากการเป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ กลุ่มดัชนีตลาดเกิดใหม่ ประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้า (DJSI in Emerging Markets - Electric Utilities) 4 ปีต่อเนื่อง (2563-2566)” ดร.จิราพร กล่าว



เป้าหมายการลงทุนและปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในปี 2567

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2567 EGCO Group ยังคงเดินหน้าเพิ่มกำลังผลิตใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยวางงบลงทุนไว้ราว 30,000 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นอีก 1,000 เมกะวัตต์ โดยเน้นการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ใน 8 ประเทศ ที่มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว


EGCO Group คาดว่าจะสามารถปิดดีลโครงการใหม่ในรูปแบบ M&A ได้อีก 2-3 โครงการ ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ทันที และช่วยสนับสนุนให้สิ้นปี 2567 มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 เมกะวัตต์ ได้ตามเป้าหมาย


ดร.จิราพร คาดว่ารายได้รวมของ EGCO Group ในปีนี้ จะเพิ่มขึ้นราว 10% สอดคล้องกับกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ที่จะเพิ่มขึ้นราว 10% หรือประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ (MWe) และเชื่อว่าผลประกอบการในปี 2567 จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา


สำหรับการดำเนินงาน 6 เดือนหลัง มีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของ EGCO Group โดยเฉพาะการเพิ่มกำลังผลิตใหม่และการสร้างรายได้และกำไร ได้แก่ การรับรู้รายได้จากการทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของโครงการ Yunlin การรับรู้รายได้ของ APEX ในสหรัฐอเมริกา จากการขายโครงการและจาก 7 โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งมีแผนจะก่อสร้างเสร็จภายในปี 2567 การรับรู้รายได้จากการลงทุนใน CDI ในอินโดนีเซีย และกลุ่มโรงไฟฟ้า Compass ในสหรัฐอเมริกา ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า Paju ES ในเกาหลีใต้ ซึ่งสามารถทำกำไรได้อย่างโดดเด่นต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสปิดดีลโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในรูปแบบ M&A ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานหลักและพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้ทันที รวมทั้งโอกาสในการเจรจาสัญญาใหม่ของโรงไฟฟ้า Quezon ในฟิลิปปินส์ โดยอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดสัญญา ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปี 2567”


โอกาสการลงทุนที่น่าจับตามอง

นอกเหนือจากโครงการที่กล่าวมาแล้ว EGCO Group ยังมีโอกาสการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ ภายในประเทศ อย่างการเข้าร่วมประมูลในโครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศ กำลังผลิตราว 3,600 เมกะวัตต์ ส่วนขยาย ที่ภาครัฐจะเปิดเพิ่มเติมในรอบที่ 2 และการเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ภายใต้ร่างแผน PDP 2024 รวมถึงการขายไฟฟ้าตรง (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA) ผ่านการขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อม


ตลอดจนการต่อยอดการลงทุนใน CDI ประเทศอินโดนีเซีย ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) และโครงการแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) กำลังผลิตรวม 35 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 และจะทยอยแล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์บางส่วน ภายในปี 2568 นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการแสวงหาโอกาสในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มเติม ตลอดจนศึกษาเพื่อเตรียมขยายกำลังผลิตของโรงไฟฟ้า KPE เพื่อรองรับโรงงานแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรม Krakatau Posco อีกด้วย

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us