Official Update :

หุ้นโรงไฟฟ้าและนิคมรับผลบวก ค่า Ft พุ่ง หนุนกำไรเติบโตโดดเด่น

ในช่วงนี้ตลาดหุ้นได้เห็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญจากการพิจารณาอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) สำหรับงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 67 ซึ่งหากมีการปรับขึ้นจะทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลกระทบต่อหลากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้


ล่าสุดคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เห็นชอบผลการคำนวณประมาณค่า Ft สำหรับงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 67 พร้อมให้สำนักงาน กกพ. นำค่า Ft ประมาณการและแนวทางการจ่ายภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไปรับฟังความคิดเห็นในกรณีต่างๆ ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 12 – 26 ก.ค.67 ก่อนที่จะมีการสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป


โดยการเปิดรับฟังความเห็นประกอบด้วย 3 กรณี คือ 1. จ่ายคืนภาระต้นทุนทั้งหมด : ค่า Ft เพิ่มขึ้นเป็น 222.71 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 6.01 บาทต่อหน่วย, 2. จ่ายคืนภาระต้นทุนใน 3 งวด : ค่า Ft เพิ่มขึ้นเป็น 113.78 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 4.92 บาทต่อหน่วย และ 3. จ่ายคืนภาระต้นทุนใน 6 งวด: ค่า Ft เพิ่มขึ้นเป็น 86.55 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 4.65 บาทต่อหน่วย


จากประเด็นดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มไหนและหุ้นตัวไหนโดดเด่นเข้าตาบ้าง Wealthy Thai มีมุมมองที่น่าสนใจจากนักวิเคราะห์มาฝาก


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กกพ. เปิดเฮียริ่ง 3 กรณีขึ้นค่า Ft ช่วง 46.83-182.99 สตางค์ต่อหน่วย ดันค่าไฟงวดใหม่เพิ่มเป็น 4.65-6.01 บาทต่อหน่วย มองเป็นผลบวกหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและนิคม โดยกรอบค่าไฟฟ้าดังกล่าวสูงกว่าตลาดคาดหวังเดิมที่ 0.2-0.4 บาทต่อหน่วย


สำหรับหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีฐานลูกค้าอุตสาหกรรมฝ่ายวิเคราะห์มองจิตวิทยาบวกต่อหุ้นโรงไฟฟ้าที่รับรู้ความเสี่ยงต้นทุนก๊าซเพิ่มขึ้นระยะสั้นโดยเฉพาะกลุ่มที่มีฐานลูกค้าอุตสาหกรรมสูงๆ อาทิ GPSC, BGRIM ไปแล้ว ขณะที่ยังไม่รับรู้โอกาสได้รับภาพบวกค่า Ft ปรับเพิ่มขึ้นช่วยชดเชย


รวมถึงหุ้นนิคมที่มีธุรกิจรอง สาธารณูปโภค อาทิ ROJNA สัดส่วน 50% ของกำไร และ WHA, AMATA ที่มีสัดส่วนเท่าๆ กันที่ 30-40% ของกำไร


เบื้องต้นฝ่ายวิเคราะห์ประเมินทุกๆ 1 สตางค์ของค่า Ft ที่ปรับขึ้นจะเพิ่มกำไรให้กับ BGRIM และ GPSC ประมาณ 1.4% และ 1.1% ทั้งนี้ มองยังต้องติดตามท่าทีของภาครัฐฯอีกครั้ง นอกจากนี้ กระแสการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าดังกล่าวคาดสร้างจิตวิทยาบวกต่อ GULF ด้วย


ด้านกลยุทธ์ลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์มองแรงหนุนหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าเข้ามาเพิ่มเติมต่อเนื่อง เสริมภาพผลบวก US Bond Yield และ TH Bond Yield ที่ปรับตัวลงแบบเร่ง ขณะที่กลุ่มนิคมที่มีโรงไฟฟ้าถือเป็นปัจจัยบวกธุรกิจรองเพิ่มเติม ระยะสั้นเน้น GPSC, GULF และ WHA


ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าทุก 10 สตางค์ต่อหน่วย จะส่งผลต่อกำไรของ BGRIM เพิ่มขึ้น 4% โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 30 บาท และกำไรของ GPSC เพิ่มขึ้น 3% โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 57 บาท โดยแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในไตรมาสที่ 2 และ 3 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง และไตรมาสที่ 4/67 จะดีขึ้นจากการปรับเพิ่มค่าเอฟที


กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดีในระยะสั้น ได้แก่ GPSC, GULF และ WHA


ปัจจุบันกกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับค่า Ft ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ตั้งแต่วันที่ 12-26 ก.ค. 67 ก่อนที่จะมีการสรุปและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป


Most Viewed
Stock of the Day
SET ปิดพุ่ง 17.38 จุด รับงบไตรมาส 2 บจ.แกร่ง HANA-CRC นำทีมบวกแรง ลุ้น GDP ไทยปีนี้โตแตะ 2.25%
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นเหมืองเงิน” โอกาสที่ดีกว่ารับแนวโน้มราคา “Silver” ขาขึ้น... พื้นฐานแกร่ง “Supply” ยังขาดแคลน ไม่ทัน “Demand” อุตสาหกรรมแห่งอนาคต !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
PRTR ครึ่งปีแรกรายได้ทะลุ 3.8 พันลบ. เคาะปันผล 0.10 บาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
SCB ผนึก 3 ยักษ์ทองคำ เปิด “Gold Marketplace” ชูลงทุนทอง USD ผ่าน e-FCD ต่อยอด Wealth Platform รับคนรุ่นใหม่
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ก.ล.ต. กล่าวโทษนายยิม เลียก (Mr. Yim Leak) กรณีรายงานการจำหน่ายไปซึ่งหลักทรัพย์ตามแบบ 246-2 ล่าช้า
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us