Official Update :

เจาะกลยุทธ์ลงทุน รับกำไรบจ. ไตรมาส 2 ฟื้น !!

ในไตรมาส 1/67  กำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ออกมาเติบโตเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มามาจากการขยายตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการบริหาร แต่ในไตรมาส 2/67 มีแนวโน้มที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโต 10% จากฐานที่ต่ำในไตรมาส 2/66 นำโดยหุ้นในกลุ่มค้าปลีก การแพทย์ สื่อสาร ธนาคาร และไฟแนนซ์ เป็นต้น


ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันมูลค่าของตลาดหุ้นไทยอยู่ในระดับที่ไม่แพง และจะเข้าสู่รอบการจ่ายปันผลระหว่างกาล ทำให้นักวิเคราะห์คาดว่ามีโอกาสเกิด Buy on fact ในกลุ่มหุ้นที่มีพื้นฐานดี ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มกำไรเติบโตดีในช่วงที่เหลือของปีนี้


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรไตรมาส 2/67 ของ SET INDEX ที่ 2.3 แสนล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 1/67 ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็น Low Season แต่เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาส 2/66 จากฐานที่ต่ำในปีก่อน ซึ่งกลุ่มที่คาดว่ากำไรจะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ ค้าปลีก, การแพทย์, สื่อสาร, ธนาคาร, ไฟแนนซ์, โรงกลั่น, ปิโตรเคมี, สินค้าเกษตร, อาหารเครื่องดื่ม, และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, ส่วนกลุ่มที่คาดกำไรชะลอตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ อสังหาริมทรัพย์, ยานยนต์, และมีเดีย


ทั้งนี้ ด้วยความที่สถานการณ์ของ SET INDEX อยู่บนความคาดหวังที่ไม่สูง ทำให้ตลาดคาดกำไรบริษัทจดทะเบียนในระดับต่ำ สังเกตได้จากคาดการณ์ EPS ของ SET INDEX ใน Bloomberg Consensus ที่ถูกปรับลงต่อเนื่องจนเหลือ 91.5 บาทต่อหุ้น จากสิ้นไตรมาส 1/67 ที่ราว 94 บาทต่อหุ้น ประกอบกับภายหลังรอบผลประกอบการไตรมาส 2 จะตามมาด้วยการประกาศขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจ่ายปันผลระหว่างกาล ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ายังมีโอกาสเกิด Buy on fact มากกว่า Sell on fact


อย่างไรก็ตาม ประเมินแรงเก็งกำไรจะกระจุกตัวในหุ้นพื้นฐานดี ที่ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง และ Valuation ไม่แพงเป็นหลัก เพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนถูกบั่นทอนด้วยความเสี่ยงด้านบรรษัทภิบาล ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการ EPS ปี 67 ที่ 92 บาทต่อหุ้น และคงเป้าหมาย SET INDEX สิ้นปีที่ 1,520 จุด แนะนำเก็งกำไร BDMS, CPALL, GPSC, HANA, KCE, BTG, STA, ADVICE


สำหรับปัจจัยพื้นฐานของ BDMS บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติไตรมาส 2/67 ที่ 3.28 พันล้านบาท โต 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายตัวของรายได้ลูกค้าต่างชาติ คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 36.20 บาท


CPALL บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติไตรมาส 2/67 ที่ 5.9 พันล้านบาท โต 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก SSSG ที่เติบโตในทุกธุรกิจ, อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ CVS เพิ่มขึ้นจาก Product mix ที่เปลี่ยนไปและดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการปรับโครงสร้างหนี้ CPAXT คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 76 บาท


GPSC บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนวโน้มงบไตรมาส 2-3/67 อยู่ในเกณฑ์ดี หนุนจากอัตราค่าไฟเดือนพ.ค.-ส.ค. ทรงตัวที่ 4.18 บาทต่อหน่วย, ต้นทุนเชื้อเพลิงได้อานิสงส์จากการเริ่มคำนวณต้นทุนก๊าซตามนโยบาย Single Pool และ สัดส่วนการนำเข้า LNG ลดลงจากการเร่งผลิตก๊าซโครงการเอราวัณได้ตามเป้าหมาย คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม57 บาท


HANA บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติไตรมาส 2/67 ที่ 430 ล้านบาท โต 22% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สองจากรายได้และ GPM ที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ให้คำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 55.25 บาท


KCE บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 2/67 จะอยู่ที่ 627 ล้านบาท โต 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากโครงการประหยัดต้นทุน ทำให้ GPM เพิ่มขึ้น แม้ราคาหุ้นจะไม่ได้วิ่งขึ้นตามกระแส AI เหมือนบริษัทอื่นในกลุ่มอิเล็กฯ แต่เชื่อว่ากำไรที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งน่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาหุ้น คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 52 บาท


BTG บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของราคาไก่และหมูในประเทศไทยและกัมพูชาบวกกับต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง ส่งผลให้คาดว่า BTG พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2/67 ที่ 530 ล้านบาท หนุนจากความต้องการส่งออกไก่ที่แข็งแกร่ง คาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรไตรมาส 3/67 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/67 คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเป้าหมาย 26 บาท


STA บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติไตรมาส 2/67 ที่ 294 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไรได้ในรอบ 5 ไตรมาสมีปัจจัยหนุนหลักจากราคาขายเฉลี่ยยางและถุงมือยางที่สูงขึ้น หนุน GPM คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 33.70 บาท


สุดท้าย ADVICE บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติไตรมาส 2/67 ที่ 50 ล้านบาท โต 30.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ที่ฟื้นตัวและ GPM ที่ขยายตัวเด่น คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 6.50 บาท