Official Update :

FM เทรดวันแรกต่ำจอง 14.81% ฟาก “ผู้บริหาร” มั่นใจรายได้ปี 67 โตโดดเด่น เล็งนำเงินขยายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงตามแผน

บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรก โดยเปิดตลาดที่ราคา 4.60 บาทต่อหุ้น ลดลง 14.81% จากราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ 5.40 บาท


โดยนายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM เปิดเผยว่า ราคาหุ้นของบริษัทที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวลดลงกว่าราคาไอพีโอเป็นไปตามภาวะตลาดหุ้นไทยและทั่วโลก โดยบริษัทยังมั่นใจในพื้นฐานทางธุรกิจ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินทุนที่ได้รับจากการไอพีโอแล้วจะมีฐานทุนที่พร้อมต่อยอดธุรกิจจากการเพิ่มมูลค่าชิ้นส่วนไก่ได้อีกมาก


“การตั้งราคาหุ้นไอพีโอมองว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีการสำรวจความต้องการจองซื้อหุ้นจากนักลงทุนสถาบันก่อนการกำหนดราคาแล้ว”


ทั้งนี้ ภายหลังการระดมทุน บริษัทจะนำเงินที่ได้ราว 1,080 ล้านบาท ไปใช้ในปรับปรุงสายการผลิตเดิมและขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 25% - 30% เพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า และการขยายตลาดใหม่ๆ เช่น กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ เป็นต้น


รวมถึงลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงหรือธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์พลอยได้ จากทุกชิ้นส่วนของไก่ โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่มีการดำเนินธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว เพื่อเข้าไปลงทุนประมาณ 2-3 ราย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปี 2567 ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเงินส่วนนี้จำนวน 200-250 ล้านบาท


อีกทั้งบริษัทจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และชำระคืนเงินกู้บางส่วน เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เพิ่มศักยภาพธุรกิจต่อไปในอนาคต


สำหรับทิศทางผลประกอบการไตรมาส 2/67 ยังเป็นไปตามแผนที่บริษัทวางไว้ คาดว่าจะมีการเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากภาวะอุตสาหกรรมที่สดใส รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินว่าไตรมาสที่เหลือของปี 2567 จะมีอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับไตรมาส 1/67 ที่รายได้โต 22.81 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


ด้านนายสุเมธ มาสิลีรังสี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน FM กล่าวว่า ภาพรวมผลประกอบการใน 2567 คาดว่ารายได้จะเติบโตกว่าปีก่อน จากสัดส่วนรายได้จากการส่งออกที่ขยายตัวมากขึ้น โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ 55-57% จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 50-53% และการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุกที่มีมาร์จิ้นสูง โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 40-45% จากปัจจุบันอยู่ที่ 35-40% ซึ่งจะช่วยผลักดันให้อัตรากำไรสุทธิในปี 2567 เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ 2 หลักได้ จากไตรมาส 1/67 ที่ 7.12%


อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ใน 3 ปีข้างหน้าเติบโตก้าวกระโดด ทั้งแบบ Organic และ Inorganic โดยวางแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้ส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 65% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนราว 50% รวมทั้งตั้งเป้าเป็นหนึ่งในผู้นำการส่งออกไก่แปรรูปปรุงสุกชั้นนำของไทย