Uptick Rule ครบ 1 เดือน ธุรกรรมขายชอร์ตลดฮวบ 80% จับตาปัจจัยหนุนครึ่งปีหลัง ดัน SET Index ฟื้น
วันนี้เป็นวันครบรอบ 1 เดือนของการใช้มาตรการ Uptick Rule ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2567 ซึ่งผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือทิศทางการปรับตัวลดลงของมูลค่าการขายชอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ และในระยะถัดไปตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้นจากปัจจัยหลายประการ Wealthy Thai ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญมาฝากทุกท่าน
จากรายงานการขายชอร์ตโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา 31 ม.ค. - 30 ก.ค. 2567 พบว่ามีมูลค่าการขายชอร์ตรวม 552,774.68 ล้านบาท หรือ 10.45% ของมูลค่าซื้อขายรวม หากเฉลี่ยมูลค่าขายชอร์ตรายเดือนจะอยู่ที่ราว 1 แสนล้านบาท แต่หลังจากการใช้มาตรการ Uptick Rule ตั้งแต่วันที่ 1-30 ก.ค. มูลค่าการขายชอร์ตลดลงเหลือเพียง 34,038.81 ล้านบาท หรือ 4.50% ของมูลค่าซื้อขายรวม ทำให้มูลค่าการขายชอร์ลดลงกว่า 80%
จากรายงานการขายชอร์ตโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา 31 ม.ค. - 30 ก.ค. 2567 พบว่ามีมูลค่าการขายชอร์ตรวม 552,774.68 ล้านบาท หรือ 10.45% ของมูลค่าซื้อขายรวม หากเฉลี่ยมูลค่าขายชอร์ตรายเดือนจะอยู่ที่ราว 1 แสนล้านบาท แต่หลังจากการใช้มาตรการ Uptick Rule ตั้งแต่วันที่ 1-30 ก.ค. มูลค่าการขายชอร์ตลดลงเหลือเพียง 34,038.81 ล้านบาท หรือ 4.50% ของมูลค่าซื้อขายรวม ทำให้มูลค่าการขายชอร์ลดลงกว่า 80%
โดย Top 5 หุ้นที่ถูกชอร์ตเซลมากที่สุดในเดือน ก.ค. 67 คือ
1.GULF-R มีมูลค่าการขายชอร์ต 1,870,166,875 บาท และและมีปริมาณการขายชอร์ตเทียบกับปริมาณการซื้อขายแบบ Auto Matching อยู่ที่ 8.82%
2.DELTA-R มูลค่าการขายชอร์ต 1,524,077,725 บาท และมีปริมาณการขายชอร์ตเทียบกับปริมาณการซื้อขายแบบ Auto Matching อยู่ที่ 4.74%
3.ADVANC มีมูลค่าการขายชอร์ต 1,268,534,600 บาท และมีปริมาณการขายชอร์ตเทียบกับปริมาณการซื้อขายแบบ Auto Matching อยู่ที่ 4.83%
4.PTTEP-R มีมูลค่าการขายชอร์ต 1,165,686,150 บาท และมีปริมาณการขายชอร์ตเทียบกับปริมาณการซื้อขายแบบ Auto Matching อยู่ที่ 6.42%
5.AOT-R มีมูลค่าการขายชอร์ต 927,744,950.00 บาท และมีปริมาณการขายชอร์ตเทียบกับปริมาณการซื้อขายแบบ Auto Matching อยู่ที่ 4.87%
ขณะเดียวกันคุณฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการและนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยกับ Wealthy Thai ว่า ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยหลังการใช้มาตรการ Uptick Rule เป็นไปในทิศทางบวก โดยดัชนี SET Index ปรับขึ้นมา 3.5% ในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม และเพิ่มขึ้น 1.4% ในรอบเดือนเดียวกัน นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิกว่า 4,784 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,053 ล้านบาท
สำหรับสิ่งสำคัญอีกอย่างที่ทำให้ตลาดเป็นไปทิศทางบวกเพิ่ม คือ มาตรการจาก กลต. ที่จะออกมาเพิ่มเติมในปลายปี 2567 ถึงต้นปี 2568 เช่น การกำกับดูแลพฤติกรรมการซื้อขายที่ไม่เหมาะสมต่างๆ จะทำให้ภาพรวมตลาดหุ้นดีขึ้นไม่แพ้ Uptick Rule
ส่วนเป้าหมาดัชนีสิ้นปี 2567 คุณฐกฤต ระบุว่า ตั้งเป้า SET Index สิ้นปี 2567 ที่ระดับ 1,540 จุด โดยมีปัจจัยหนุนจากดอกเบี้ยขาลงจากสหรัฐและไทย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ Digital Wallet และฟรีวีซ่า รวมถึงกองทุน TESG และกองทุนวายุภักษ์ใหม่ที่คาดว่าจะนำเงินกว่า 1 แสนล้านบาทเข้าสู่ตลาดในไม่ช้า
ขณะที่กลยุทธ์การลงทุน แนะนำการลงทุนในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงและ Digital Wallet เช่น CPALL, CPAXT กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและ Data Center เช่น WHA, GULF รวมถึงภาคการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น HANA, KCE เป็นต้น
ด้านปัจจัยที่ต้องจับตา คือ การเลือกตั้งสหรัฐฯ การเมืองไทยที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกลในวันที่ 7 ส.ค. และคดีคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีเศรษฐาในวันที่ 14 ส.ค. นี้ ซึ่งผลการตัดสินหากเป็นลบ อาจส่งผลต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ อีก 16 ชั่วโมง
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
