ตรึงค่าไฟ-เปิด Digital Wallet นโยบายรัฐหนุนหุ้นใหญ่ CPALL-CPAXT-ADVANC-TRUE รับผลบวก
วันนี้เริ่มต้นการลงทะเบียน Digital Wallet เป็นวันแรก ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจไทย นอกจากนั้นรัฐบาลยังประกาศตรึงค่าไฟฟ้าไว้ที่ 4.18 บาทต่อหน่วยจนถึงสิ้นปี ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจลดลงอย่างมาก อีกทั้งการขยายวีซ่าฟรีเป็น 93 ประเทศ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่สำคัญ
แล้วธุรกิจไหนบ้างที่จะได้รับอานิสงส์จากนโยบายรัฐโดยตรงบ้าง Wealthy Thai จะพาคุณไปพบกับข้อมูลจากนักวิเคราะห์ที่จะเผยถึงหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐและมีอนาคตที่น่าจับตามองไปพร้อมกัน
โดยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า CPALL, CPAXT, ADVANC และ TRUE จะได้รับผลบวกจากการตรึงค่าไฟและนโยบาย Digital Wallet อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่มุมมองของหุ้นรายตัวจากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า CPALL รายงานกำไรปกติในไตรมาส 2 ปี 2567 อยู่ที่ 5.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และรายได้รวมที่ 2.4 แสนล้านบาท โต 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเติบโตของธุรกิจ CVS, Makro และ Lotus’s นอกจากนี้ ธุรกิจ CVS รายได้เพิ่มขึ้นจากยอดขายต่อสาขาเดิมที่ฟื้นตัวตามภาคท่องเที่ยวและอากาศร้อนที่เพิ่ม Traffic ขณะเดียวกันต้นทุนและดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้แนวโน้มครึ่งหลังปี 2567 ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง
แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 76 บาทต่อหุ้น เนื่องจากแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังมี Upside จากมาตรการ Digital Wallet และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว
ถัดมา บล.หยวนต้า ยังระบุว่า CPAXT รายงานกำไรปกติในไตรมาส 2 ปี 2567 ที่ 2.2 พันล้านบาท ลดลง 12% จากไตรมาก่อน แต่เติบโต 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีการเติบโตจากยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก รายได้ธุรกิจค้าส่ง (Makro) อยู่ที่ 6.7 หมื่นล้านบาท และธุรกิจค้าปลีก (Lotus’s) ที่ 5.3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินลดลงจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้กลางปี 2566
ในช่วงครึ่งหลังปี 2567 แนวโน้มการเติบโตยังคงเด่นชัด โดยคาดว่ากำไรจะเติบโตจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อภายในประเทศ และการเพิ่มสัดส่วนสินค้า Private Label และสินค้าอาหารสด พร้อมทาน ซึ่งมีอัตราการทำกำไรดีอย่างต่อเนื่อง
แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 37 บาทต่อหุ้น จากการคาดการณ์กำไรปกติปี 2567-2568 ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท โต 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1.3 หมื่นล้านบาท โต 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ราคาหุ้น ADVANC พุ่งในเดือนที่ผ่านมา จากคาดการณ์กำไรไตรมาส 2/2567 โต 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทรงตัวจากไตรมาสที่แล้ว และปันผลระหว่างกาล 4.89 บาทต่อหุ้น ผลตอบแทน 2.2% และจากศาลปกครองสูงสุดยกฟ้องคำอุทธรณ์ของ NT ที่เรียกร้องรายได้เพิ่ม 16,252 ล้านบาทจากโรมมิ่ง ซึ่งไม่กระทบต่อกำไรและกระแสเงินสดของ ADVANC
คาดกำไรปกติไตรมาส 2/2567 ที่ 8.65 พันล้านบาท โต 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก ARPU เพิ่มและลดต้นทุน กำไรทรงตัวจากไตรมาสที่แล้ว ตามฤดูกาล ประกาศผล 6 ส.ค.แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 275 บาท
สุดท้าย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า TRUE คาดว่ากำไรหลักในไตรมาส 2/2567 จะอยู่ที่ 951 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสที่แล้ว และพลิกกลับจากขาดทุนจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีการเติบโตจากกลยุทธ์การอัพเซลล์และการลดส่วนลดทั้งในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์ รวมถึงผลประโยชน์จากการควบรวมกับ DTAC ซึ่งช่วยหนุนรายได้และลดค่าใช้จ่าย
รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาส 2/2567 คาดว่าจะอยู่ที่ 32,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการอัพเซลล์แพ็คเกจและการล้างสมาชิกที่ไม่เพิ่มรายได้ ขณะที่รายได้จากธุรกิจบรอดแบนด์คาดว่าจะอยู่ที่ 6,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดแพ็คเกจที่มีส่วนลด
จากการเติบโตของรายได้และการควบรวมกับ DTAC เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักปี 2567 ขึ้น 124% มาอยู่ที่ 3,600 ล้านบาท พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 9.50 บาท เป็น 10.50 บาท แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร"

