BPS มั่นใจรายได้ปี 67 บวก 10% พร้อมจับมือพันธมิตรบุกตลาด B2C
BPS กำลังเสริมความแข็งแกร่งในตลาดด้วยการสร้างความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ Green Home Solutions อย่างครบวงจร และกำลังขยายฐานลูกค้ากลุ่ม B2C เพื่อต่อยอดจากกระแส Green Home คาดหวังรายได้ที่เติบโตต่อเนื่อง และประมาณการว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% และผลักดันอัตรากำไรสุทธิทะลุ 3% โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 126 ล้านบาท
นายสุรพงษ์ สาเรชพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีพีเอส เทคโนโลยี จํากัด (มหาชน) หรือ BPS เปิดเผยว่า คาดว่ารายได้ในปี 2567 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 738 ล้านบาท โดยบริษัทจะเน้นการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม B2C และการหาพันธมิตรเพื่อต่อยอดธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างเครือข่ายธุรกิจอย่างครบวงจร และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม
โดยมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลางและเล็กที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกบ้านได้โดยตรง โดยบริษัทจะนำเสนอนวัตกรรม และบริการตามความต้องการของลูกค้าในทุกด้าน เช่น ออกแบบและติดตั้งสายไฟอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง และติดตั้งโรงรถ (Garage Roof), ระบบระบายอากาศ (Airflow), และเครื่องชาร์จไฟฟ้า (EV Charger) ซึ่งบริการเหล่านี้สอดคล้องกับแนวคิด Smart Home ที่มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านในอนาคต
ปัจจุบันกำลังสร้างพันธมิตรร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา เพื่อขยายและเสริมสร้างเครือข่ายธุรกิจและบริการที่หลากหลาย เช่น บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ FTI ซึ่งเชี่ยวชาญด้านระบบกรองน้ำที่มีนวัตกรรมและคุณภาพระดับสากล บริษัท มาสโลหะกิจ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เชี่ยวชาญในการออกแบบและติดตั้งหลังคา เพื่อเสนอบริการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ไปพร้อมกับหลังคา
“การขยายตลาด B2C และการสร้างพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ BPS และตอบโจทย์ความต้องการของตลาด Green Home ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว” นายสุรพงษ์กล่าว
สำหรับกลุ่มลูกค้า B2B คาดว่าจะรับรู้รายได้จากการขยายระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับลูกค้าอสังหาริมทรัพย์แนวราบ และโรงงาน รวมถึงองค์กรภาคเอกชน โดยตั้งเป้าติดตั้งและผลิตไฟฟ้าประมาณ 10 เมกะวัตต์ (MW) และการติดตั้งระบบโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกเพื่อการสื่อสาร (FTTx) ให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 10,000 ยูนิต ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง
นายสุรพงษ์ย้ำว่าการสร้างพันธมิตรกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม B2C จะมีส่วนสำคัญที่สร้างรายได้ต่อเนื่องและยั่งยืนในอนาคต เนื่องจากแนวโน้มของบ้านยุคใหม่ Smart Home ยังมีโอกาสเติบโตจากความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ซึ่งคำนึงถึงความสะดวกสบายและง่ายต่อการใช้งานด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของผู้พักอาศัยในทุกๆ ด้าน
“เรามั่นใจว่าด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ และการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม B2C จะเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ BPS สามารถสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและเติบโตต่อเนื่องในอนาคต” นายสุรพงษ์ กล่าว
