Official Update :

เปิดคาดการณ์งบ 5 หุ้นโรงไฟฟ้า รับผลบวกราคาก๊าซลด หนุนกำไรโตทะลัก

ในเดือนสิงหาคมจะเห็นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ทยอยประกาศงบออกมาต่อเนื่อง ซึ่งหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าเป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนอย่างมาก และในช่วงที่ผ่านมาก็มีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยเข้ามากระทบต่อเนื่อง ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจผลประกอบการไตรมาส 2/67 ของ 5 หุ้นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของไทย ว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร และในมุมมองของนักวิเคราะห์ยังเป็นกลุ่มที่น่าสนใจหรือไม่


โดยบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทวิเคราะห์ คาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 กลุ่มโรงไฟฟ้า ระบุว่า หากไม่รวมรายการพิเศษ คาดว่ากำไรปกติโดยรวมของทั้งกลุ่มในไตรมาส 2/67 จะอยู่ที่ 9.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน (YoY) และ 19% จากไตรมาสก่อน (QoQ)


ซึ่งปัจจัยที่ทำให้กำไรเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าจะมาจาก 1) การเติบโตของกำไรสุทธิของ GULF ในไตรมาส 2/67 ที่ 54% จากปีก่อน และ 27% จากไตรมาสก่อน จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ 7% จากไตรมาสก่อน และ 2) การเติบโตของกำไรสุทธิของ GPSC ในไตรมาส 2/67 ที่ 469% จากปีก่อน และ 83% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากราคาก๊าซที่คาดว่าจะลดลงและปริมาณการขายให้แก่ผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น


ฝ่ายวิเคราะห์มั่นใจว่าราคาก๊าซในไตรมาส 2/67 จะแตะจุดต่ำสุดของปีนี้ อีกทั้งมั่นใจว่าราคาก๊าซจะยังคงมีแนวโน้มลดลงตลอดปีนี้ แต่จะมีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/67 เนื่องจากการใช้ราคาก๊าซแบบราคากลางเดียว (single pool) ซึ่งคาดว่าจะทำให้ราคาก๊าซลดลง 7 บาท/mmbtu โดยราคาแบบ single pool นี้จะมีการใช้เต็มรูปแบบในไตรมาส 2/67 และจะมีผลย้อนหลังจากไตรมาส 1/67 ซึ่งผลกระทบเต็มรูปแบบในไตรมาส 1/67 จะสะท้อนในผลประกอบการของไตรมาส 2/67


ดังนั้น จึงยังคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากความเสี่ยงจากนโยบายน่าจะจำกัด โดยคาดว่าราคาก๊าซธรรมชาติจะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ และจะกลับสู่ระดับปกติ (ระดับก่อนปี 65) นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอัตรากำไรของผู้ผลิตไฟฟ้าในปี 67-68 นอกจากนี้ ยังคาดว่าผลตอบแทนพันธบัตรในประเทศจะลดลงหลังจากการ วงจรการลดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นขึ้น


ทั้งนี้ “บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย)” ยกให้ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เป็นหุ้นเด่น เนื่องจากคาดว่าน่าจะมีผลประกอบการที่ดีในไตรมาส 2/67 โดยคาดว่ากำไรปกติของ GPSC ในไตรมาส 2/67 จะโดดเด่นสุดในบรรดาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ “เมย์แบงก์” วิเคราะห์ โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 469% จากปีก่อน และ 83% จากไตรมาสก่อน เป็น 1,573 ล้านบาท ขณะที่คาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 399.8% จากปีก่อน และ 78.9% จากไตรมาสก่อน ซึ่งมาจาก


1. คาดว่าราคาก๊าซจะลดลง 29% จากปีก่อน และ 13% จากไตรมาสก่อน และ 2. ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อน ซึ่งขายให้กับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่อัตราค่าไฟฟ้าลดลงเพียง 14% จากปีก่อน และคงที่จากไตรมาสก่อน โดย GPSC ยังคงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้ เนื่องจากคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 2-3/67 จะแข็งแกร่งจากสัญญาณที่ชัดเจนว่าราคาก๊าซจะลดลง พร้อมแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 57.00 บาท


ขณะที่ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF คาดว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 4,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.4% จากปีก่อน และ 10.9% จากไตรมาสก่อน ส่วนกำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ที่ 4,433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.7% จากปีก่อน และ 26.7% จากไตรมาสก่อน แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 57.00 บาท


ด้าน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM คาดว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 596 ล้านบาท ลดลง 13.1% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 22.2% จากไตรมาสก่อน ส่วนกำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ที่ 321 ล้านบาท ลดลง 52.7% จากปีก่อน และ 15.3% จากไตรมาสก่อน แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 30.00 บาท


ส่วน บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO คาดว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 2,013 ล้านบาท ลดลง 24.1% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 26.5% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ที่ 2,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.3% จากปีก่อน และ 24.1% จากไตรมาสก่อน แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 150.00 บาท


สำหรับ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG คาดว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 41 ล้านบาท ลดลง 77.6% จากปีก่อน และ 88.1% จากไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรสุทธิคาดว่าจะอยู่ที่ 1,804 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 796.8% จากปีก่อน และ 309.5% จากไตรมาสก่อน แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 11.10 บาท


อย่างไรก็ตาม หากสำรวจจากบทวิเคราะห์จะเห็นได้ว่า แม้กำไรปกติของ GPSC จะมีความโดดเด่นที่สุดจากจำนวน 5 หุ้นที่ถูกหยิบยกมานำเสนอในครั้งนี้ แต่หากดูในส่วนของกำไรสุทธิ จะเห็นได้ว่า BCPG มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก โดยมีการเติบโตในไตรมาส 2/67 สูงเกือบ 8 เท่าตัว เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


ดังนั้นจึงเป็นที่น่าจับตาว่าในการประกาศงบของกลุ่มโรงไฟฟ้าที่คาดว่าจะทยอยแจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงสัปดาห์หน้าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้มากน้อยเพียงใด โดยสามารถติดตามการประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนได้ที่แพลตฟอร์มหลักของ Wealthy Thai ทั้งในช่องทางเว็บไซต์และ Facebook Fanpage