Official Update :

ตลท. พบฟันด์โฟลว์เริ่มไหลเข้าตราสารหนี้ หวังกำไรบจ. ไตรมาส 2/67 เติบโตดี หนุนเม็ดเงินไหลกลับตลาดหุ้นไทย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองฟันด์โฟลว์ต่างชาติเริ่มกลับเข้าไทย พบอยู่ในตลาดตราสารหนี้ หากกำไรบจ. ไตรมาส 2/67 ออกมาดี คาดหนุนเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ย้ำนักลงทุนพิจารณาข้อมูลอย่างถี่ถ้วน เพราะมีทั้งความเสี่ยงและโอกาส พร้อมเตรียมจัดงานThailand Focus 2024 ดึงดูดนักลงทุนสถาบันไทย-ต่างชาติ


นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาวะตลาดหุ้นในปัจจุบันมีความผันผวนสูงมาก อยากให้นักลงทุนติดตามข่าวสารและพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างถี่ถ้วน เพราะมีทั้งความเสี่ยงและโอกาส แต่หากมองระยะยาวเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในจุดที่มีอัพไซด์มากกว่าดาวน์ไซด์ จากธุรกิจท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว และการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่ทยอยใช้จ่ายออกมา


ส่วนปัจจัยการเมืองในสัปดาห์หน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาคดีถอดถอนนายกรัฐมนตรี ประเมินผลกระทบคล้ายเดิม เพราะรัฐบาลยังใช้งบลงทุนต่างๆ น้อยมาก แม้จะมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น น่าจะกระทบต่อการใช้เงินของภาครัฐไม่มาก จึงมองว่ามีอัพไซด์มากกว่าดาวน์ไซด์


ขณะที่นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ต้นเดือนส.ค. ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดความผันผวน เพราะธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างชัดเจน และดัชนี PMI สหรัฐฯ ที่ออกมาแย่


ประกอบกับธนาคารกลางญี่ปุ่นประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้เงินเยนซึ่งเป็นแหล่งกู้เงินที่ถูกเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ อาจหายไป รวมถึงวอร์เรน บัฟเฟตต์ ขายหุ้น Apple ออกมาบางส่วนเพื่อถือเงินสด ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดแพนิค เนื่องจากนักลงทุนพยายามตีความปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะสื่อถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกอาจเกิดภาวะถดถอยหรือไม่


ทั้งนี้ เริ่มเห็นฟันด์โฟลว์ต่างชาติกลับเข้ามาในประเทศไทยแล้ว โดยปัจจุบันฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้ามาอยู่ในตลาดตราสารหนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ค่าเงินบาทแข็งค่า ทั้งนี้ประเมินปัจจัยที่จะทำให้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทย คือ กำไรของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/67 หากเติบโตดีและมีแนวโน้มดีต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 3/67 และ 4/67 น่าจะทำให้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้เข้าสู่ตลาดหุ้นไทยได้


นอกจากนี้ ในวันที่ 28 ส.ค. 67 ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมจัดงาน Thailand Focus 2024 ซึ่งจะนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจหลากหลายประเด็น โดยปัจจุบันมีนักลงทุนสถาบันทั้งในไทยและต่างชาติสนใจเข้าร่วมประมาณ 170 แห่ง แบ่งเป็นนักลงทุนสถาบันไทย 120 แห่ง และนักลงทุนสถาบันต่างชาติ 50 แห่ง


สำหรับภาพรวมภาวะตลาดหุ้นไทยในเดือนก.ค. 67 ที่ผ่านมา SET Index ปิดที่ 1,320.86 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 1.5% จากเดือนก่อนหน้า แต่ปรับลดลง 6.7% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 โดยผู้ลงทุนยังรอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและประเมินผลกระทบจากมาตรการเรียกความเชื่อมั่นในตลาดทุนที่เพิ่งประกาศใช้ในเดือนกรกฎาคม 2567


โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และ กลุ่มบริการ


ในส่วนของภาพรวม 7 เดือนแรกของปี 2567 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน อยู่ที่ 44,162 ล้านบาท ลดลง 22.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 117,559 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้ลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 27


อย่างไรก็ตาม แม้ช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างประเทศยังขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยแต่ปริมาณเริ่มลดลง โดยเงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นตลอดทั้งเดือนท่ามกลางแรงหนุนหลัก จากการแข็งค่าของสกุลเงินเอเชียในภาพรวมนำโดยเงินเยน การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกที่มีแรงหนุนเพิ่มเติมจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของผู้ลงทุนต่างประเทศ นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากการส่งออกและท่องเที่ยว การใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้น


อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ออกมาตรการควบคุมการทำ Short Sell ส่งผลให้การทำ Short Sell ลดลง เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติลดลง ทำให้สัดส่วนการซื้อขายโดยผู้ลงทุนในประเทศสูงขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลได้อนุมัติมาตรการภาษีใหม่สำหรับกองทุน Thai ESG เพิ่มการลดหย่อนภาษีและลดระยะเวลาการถือครอง