เก็บตก 5 หุ้นเด่น เก็งงบเติบโตกว่าคาด !!
ช่วงโค้งสุดท้ายของการประกาศงบไตรมาส 2/67 ในตลาดหลักทรัพย์ใกล้เข้ามาแล้ว แต่นักลงทุนยังมีโอกาสที่จะทำกำไร โดยเฉพาะกับหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะโดดเด่นไปจนถึงครึ่งปีหลัง
โดยบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ได้ระบุถึงโอกาสในการเก็งกำไรในงบไตรมาส 2/67 โดยแนะนำให้นักลงทุนมองหาหุ้นที่มีโอกาสทำกำไรดีกว่าคาดการณ์เดิม รวมถึงหุ้นที่มีแนวโน้มไตรมาสถัดไปดีจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน
เนื่องจากราคาหุ้นหลายบริษัทที่ยังไม่ขึ้นมาก ยังคงมีโอกาสเกิด Buy on fact โดยแนะนำหุ้น 5 บริษัทที่น่าจับตาในช่วงนี้ ได้แก่ AOT, CPALL, BJC, OSP, และ COCOCO ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้รวบรวมแนวโน้มผลประกอบการของหุ้น 5 บริษัทมาฝากนักลงทุน
เริ่มจาก AOT บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 3/67 (งวด เม.ย.-มิ.ย. 67) ราว 4.8 พันล้าน โต 48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 20% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากปัจจัยฤดูกาล สำหรับไตรมาส 4/67 คาดว่ากำไรจะคงที่เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/67 แต่เพิ่มขึ้น 30-40% จากไตรมาส 4/66 คาดว่ากำไรสุทธิปีงบประมาณ 2567 จะอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 120% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยการยกเลิก Duty free ขาเข้าจะกระทบ AOT ระยะสั้น ประเมินผลกระทบต่อกำไรราว 5-6% ต่อปี และปรับราคาเป้าหมายลง 5% เป็น 64.50 บาท คาดว่าจะชดเชยรายได้จากโครงการใหม่ เช่น โครงการประมูลผู้ประกอบการภาคพื้น, ศูนย์ซ่อมเครื่องบิน, Airport city และเก็บค่าบริการผู้โดยสาร Transit/Transfer มองว่า AOT จะฟื้นตัวได้จากโครงการใหม่และปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น คงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 64.50 บาท
ถัดมา CPALL บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แนวโน้มกำไร CPALL โดดเด่นในกลุ่มค้าปลีก คาดกำไรปกติไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 5.9 พันล้านบาท โตขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้รวมคาดว่าอยู่ที่ 2.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยหนุนการเติบโต ได้แก่ CVS ยอดขายต่อสาขาเดิมฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวและอากาศร้อน GPM เพิ่มขึ้นจากยอดขายสินค้าที่ Margin สูง ดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการปรับโครงสร้างหนี้ คำแนะนำการลงทุน ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น CPALL ที่ราคาเป้าหมาย 76 บาท เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตที่ดีและ Valuation ที่น่าสนใจ
สำหรับ BJC บล.หยวนต้า ยังคาดกำไรปกติไตรมาส 2/67 ที่ 1.2 พันล้านบาท เติบโตดี 17% จากไตรมาสก่อน แต่ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้และ GPM เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ต้นทุนดอกเบี้ยและภาษีจ่ายสูงขึ้นทำให้กำไรทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดรายได้หลัก 4 หมื่นล้านบาท +2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ +4% จากไตรมาสก่อน
โดยยอดขาย BJC เติบโตในทุกธุรกิจยกเว้นกลุ่มเครื่องมือแพทย์ที่ยอดขายลดลงเพราะงบประมาณรัฐล่าช้า ธุรกิจ Big C คาด SSSG ที่ -1.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อ่อนแอจากกำลังซื้อที่ลดลงในสาขาที่ไม่ใช่เขตท่องเที่ยว GPM ทั้งกลุ่มคาดเพิ่มขึ้นเป็น 20.1% จาก 18.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คำแนะนำ "ซื้อ" และคงราคาเหมาะสมที่ 28 บาท
ส่วน OSP บล.บัวหลวง คาดการณ์กำไรหลักในไตรมาส 2/67 จะอยู่ที่ 985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 19% จากไตรมาสก่อน ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 665 ล้านบาท รายได้เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1% จากไตรมาสก่อน โดยยอดขายทุกธุรกิจเติบโต อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 38.7% จากการจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ลดลง คำแนะนำพื้นฐานคือ "ซื้อ" ด้วยเป้าหมาย 30.00 บาทต่อหุ้น
สุดท้าย COCOCO บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะมีการเติบโตที่ดีในไตรมาส 2/67 จากการขยายกำลังผลิตน้ำมะพร้าว ส่งผลให้มีรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น นอกจากนี้ในไตรมาส 3/67 จะมีการเพิ่มเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์พลาสติก (PET) ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการผลิตและรายได้ คำแนะนำพื้นฐานคือ "ซื้อ" โดยมีเป้าหมายที่ 15.80 บาท

