Official Update :

หุ้นโรงพยาบาลปลดล็อค!! รัฐไฟเขียวนำเข้าวัคซีนทางเลือก

จากกรณีที่ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โควิด-19) เรื่องแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งได้เปิดทางให้เอกชนที่สนใจจะนำเข้าวัคซีนสามารถสั่งนำเข้าได้แต่ยังคงต้องเป็นการสั่งผ่านองค์กรเภสัชเหมือนเดิมนั้น ก็ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ที่ก่อนหน้านี้มีความประสงค์ที่จะนำเข้าวัคซีนทางเลือกให้กับประชาชน ซึ่งหลังจากนี้จะช่วยให้สามารถนำเข้าวัคซีนได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยไม่ติดข้อบังคับกฎหมายต่างๆ


โดยรายงานของบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นผลเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล แต่หากอ่านรายละเอียดในเนื้อหาจะพบว่า หากโรงพยาบาลสนใจที่จะนำเข้านั้นยังคงต้องสั่งผ่านองค์กรเภสัชเหมือนเดิมตามที่ทราบกันมาก่อนหน้านี้ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะสามารถนำเข้าวัคซีนได้เร็วขึ้นกว่าเดิม และไม่ติดขัดเหมือนก่อนหน้านี้ โดยกลุ่มโรงพยาบาลที่สนใจนำเข้าวัคซีนทางเลือกยังคงเป็นกลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เช่น BCH,THG,BDMS และ VIBHA


ขณะที่รายงานจากบริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่าประเด็นวัคซีนอีกประเด็น คือ  การประกาศราคากลางวัคซีน หลังสมาคมรพ.เอกชนประกาศราคากลางวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นาที่ 1.9 พันบาท/โดส เป็นราคาที่รวมค่าบริการ + ค่าประกันแล้ว โดยมีกำหนดการนำเข้าล็อตที่ 1 รวม 4 ล้านโดส ในช่วงต้นไตรมาส4/64 ส่วนล็อตที่ 2 รวม 1 ล้านโดส ช่วงต้นปี 2565 และที่เหลืออีก 5 ล้านโดสหลังจากนั้น ภาพรวมถือเป็น Upside ต่อประมาณการกลุ่มโรงพยาบาล


การที่รัฐปลดล็อคจัดหาวัคซีน บวกกับการฉีดที่เร่งเครื่อง หนุนวัคซีนครอบคลุมประชากร 70% ภายใน ต.ค. 64  ซึ่งการฉีดวัคซีนในไทยยังเดินหน้าต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้ โดยอิงจากข้อมูลล่าสุด (วันที่ 7 มิ.ย. 2564) ไทยฉีดวัคซีนให้ผู้รับวัคซีนรายใหม่จำนวน 4.17 แสนโดส/วัน (สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 7 วันที่ฉีดวันละ 1.46 แสนโดสวัน)


ส่งผลให้ปัจจุบันไทยฉีดวัคซีนไปแล้วจำนวน 4.63 ล้านโดส จึงเหลือวัคซีนที่ต้องฉีดวัคซีนเพิ่มอีก 95.37 ล้านโดส จึงจะครบ 100 ล้านโดสตามเป้าที่วางไว้ หรือต้องฉีดเฉลี่ยให้ได้ราว 4.63 แสนโดส/วัน ฝ่ายวิจัยประเมินว่า หากสมมุติให้ไทยฉีดวัคซีนได้วันละ 3.5 แสนโดส (กรณีที่ 1) หรือ 4 แสนโดส (กรณีที่ 2) ทุกวันไปเรื่อยๆ และทุกโดสฉีดให้เฉพาะผู้รับวัคซีนรายใหม่ (ภายใต้สมมุติฐาน ยังไม่มีใครฉีดเข็มสอง) จะได้ผลลัพธ์สำคัญดังนี้


กรณีฉีดวัคซีนวันละ 3.5 แสนโดส: จะใช้เวลาราว 90 วัน (ช่วงต้น ก.ย. 2564) ประชากร 50% ของประเทศจะได้รับวัคซีน และจะใช้เวลาราว 129 วัน (ช่วงกลาง ต.ค. 2564) ประชากร 70% ของประเทศจะได้รับวัคซีน ส่วนกรณีฉีดวัคซีนวันละ 4 แสนโดส: จะใช้เวลาราว 78 วัน (ช่วงปลาย ส.ค. 2564) ประชากร 50% ของประเทศจะได้รับวัคซีน และจะใช้เวลาราว 113 วัน (ช่วงปลาย ก.ย. 2564) ประชากร 70% ของประเทศจะได้รับวัคซีน


อย่างไรก็ตาม กำหนดการนำเข้าที่ค่อนข้างช้าเทียบกับแผนกระจายวัคซีนของรัฐฯ ฝ่ายวิจัยจึงให้น้ำหนักที่ต้องติดตามคือ จำนวนผู้ที่จ่ายเงินชำระค่าวัคซีนล่วงหน้าจริง รวมถึงจำนวนวัคซีนที่แต่ละรพ.จะได้รับการจัดสรร ทั้งนี้ เบื้องต้นหากอิงการจัดสรรวัคซีนจากสัดส่วนเตียงรพ.เอกชน และกำหนด Net Profit Margin ที่ 10% จะบวกต่อ BCH มากสุด รองมาเป็น BDMS และ CHG


Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาพบกับในมุมของของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลรายตัวจากนักวิเคราะห์รวมถึงคำแนะนำที่มีต่อปัจจัยดังกล่าว เริ่มที่ BDMS หรือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด มองว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/64 ต่อเนื่องไปจนถึงปี 65 จะฟื้นตัวขึ้น เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มกทม.


อีกทั้งในครึ่งหลังของปี 64 มีความคืบหน้าวัคซีน จะช่วยหนุนให้ผู้ป่วยคนไทยฟื้นตัวได้ดีกว่าคาด ขณะที่ผู้ป่วย Fly-in คาดหวังทยอยฟื้นตัวได้บางส่วน โดยคาดว่ากำไรปกติในปี 64 จะเติบโต 43% จากปีก่อน ซึ่งฝ่ายวิจัยยังคงชอบ BDMS มากที่สุดในกลุ่ม จากธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมีเครือข่ายโรงพยาบาลครอบคลุม มูลค่าพื้นฐานที่ 24 บาท


ขณะที่ BCH คาดว่ากำไรในไตรมาส 2/64 จะเป็นนิวไฮของบริษัท จากบริการตรวจโควิด19 ที่ดีกว่าคาด ประกอบกับมีรายได้เสริมอื่นที่จะช่วยหนุน ทั้งนี้หากอิงภาพทั้งปีเชื่อว่าจะสามารถช่วยหลักล้างจากผู้ป่วย Fly-in ที่น่าจะฟื้นตัวได้ในไตรมาส4/64 แต่อย่างไรก็ตามผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังอาจจะโดดเด่นน้อยลงจากฐานที่สูง แต่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง จากบริการวัคซีนที่บริษัทมีแผนสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก ยังคงคาดกำไรปี 64 จะเติบโต 19%  แนะนำซื้อเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว ประเมินราคาพื้นฐานที่ 20.10 บาท


สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด แนะนำ “ถือ” THG โดยมีราคาเหมาะสมที่ 24 บาท ซึ่งผู้บริหารคาดว่าวัคซีนรอบแรกของ Moderna 4 ล้านโดสจะมาถึงในเดือน ต.ค. โดย THG เล็งเป้าที่จะฉีดให้กับ 1) ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน 30 – 40% 2) ต้องการเสริมภูมิ และ 3) ต้องการฉีดเป็นเข็มที่ 2 แทนของเดิม (ขึ้นอยู่กับการอนุญาต) และคาดราคาค่าบริการ 2 โดสที่ 3800 บาท และต้องชำระล่วงหน้าเพื่อนำเงินไปจ่ายให้กับองค์การเภสัช


โดยมุมมองของเรา คือ THG จะได้ประโยชน์จากการระบาดรอบ 2 ในช่วงไตรมาส2/64 ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นจากปีก่อนจากการรักษาและตรวจ COVID-19 แต่อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวจะกระทบการดำเนินงานในด้านอื่น เช่น Jin Wellbeing และการดำเนินงานของธนบุรี บำรุงเมือง


ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่าหุ้น BH จะฟื้นตัวเต็มที่ในปี 66 ไทยจะเปิดประเทศอีกครั้งในเดือนก.ค. 2564 โดยเริ่มที่ภูเก็ตและจะเปิดเต็มที่ในวันที่ 1 ม.ค. 2565 ควบคู่ไปกับการเร่งฉีดวัคซีนในเดือนมิถุนายน  และรัฐบาลตั้งเป้าให้คนไทย 70% ได้รับวัคซีนภายในสิ้นปี นี่น่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อ BH


นอกจากนี้ เรายังเชื่อว่าตลาดคาดหวังการฟื้นตัวในระยะยาวที่มองเห็นได้ชัดเจน โดยมีผู้ป่วยต่างชาติกลับมาอย่างมีนัยสำคัญใน 2H65 และด้วยเหตุนี้ กำไรหลักจะฟื้นตัว 391.7% ในปี 65 (เป็น 1.9 พันล้านบาท) และเพิ่มเป็น 106.7% ใน ปี 66 แตะ 3.9 พันล้านบาท ซึ่งเป็นระดับก่อน Covid ในปี 63 ประเมินกำไรปี 64 ไว้ที่ 381 ล้านบาท และราคาเป้าหมายที่ระดับ 146 บาทต่อหุ้น


ส่วนบริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด มองว่า การระบาดรอบใหม่ในช่วงที่ผ่านมาจะกระทบผลงานไตรมาส2/64 แต่จะไม่สูงเท่ากับครั้งก่อน เนื่องจากส่วนใหญ่อยู่ในกทม.และคาดบางส่วนเป็นฐานผู้ป่วยของ BH จึงน่าจะเข้ามาใช้บริการตรวจ และกักตัว ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบ ประกอบกับปัจจุบันยังมีรายได้จาก ASQ เข้ามาเสริม ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลังจะได้ผลบวกจากการกระจายวัคซีน ประเมินราคาเป้าหมายอยู่ที่ 135



ข้อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19

1.ให้มีการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีคุณภาพและมีจำนวนเพียงพอแก่ประชาชนโดยอย่างน้อยให้ครอบคลุมร้อยละ 70 ของจำนวนประชากร(ไม่น้อยกว่าจำนวนประชากรห้าสิบล้านคน)


2.ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประสานงาน ส่งเสริม และสนับสนุนผู้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในการดำเนินการขึ้นทะเบียนวัคซีนให้เป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ


3.ให้กรมควบคุมโรค องค์การเภสัชกรรม สถาบันวัคซีนแห่งชาติ สภากาชาดไทย ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือหน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่และอำนาจในการให้บริการทางการแพทย์ หรือสาธารณสุข แก่ประชาชน ร่วมมือกันในการดำเนินการจัดหา สั่ง หรือนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ภายใต้กฎหมายกฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง หรือตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานนั้นๆ กำหนด


4.เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้มากขึ้น สถานพยาบาลเอกชนและภาคเอกชนอาจจัดหาหรือขอรับการสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากหน่วยงานตามข้อ 3 ภายใต้กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาให้บริการประชาชนหรือบุคลากรในความดูแลได้ตามความเหมาะสม โดยวัคซีนดังกล่าวต้องเป็นวัคซีนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยา และต้องพิจารณากำหนดราคาวัคซีนและการให้บริการที่เกี่ยวข้องให้เหมาะสมเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน


5.โดยที่ในปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ผลิตหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร ยังมีจำนวนจำกัด หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มาให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ ให้จัดหาจากหน่วยงานตามข้อ 3 และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหลักเกณฑ์หรือแผนการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และต้องสอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือนายกรัฐมนตรีกำหนด


ทั้งนี้ การดำเนินการตามวรรคหนึ่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ให้เป็นไปตามแนวทางหรืออยู่ในการกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อมิให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการจัดหาวัคนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีศักยภาพด้านงบประมาณและรายได้ ที่แตกต่างกัน และเพื่อให้การกระจายวัคซีนในห้วงเวลาวิกฤติมีความเป็นธรรมมากที่สุด ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนและให้ความสำคัญในการอำนวยความสะดวก แก่ประชาชนในพื้นที่ในการเข้ารับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนรวมของประเทศ


6.ให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทุกภาคส่วนเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูล กับระบบแพลตฟอร์มหมอพร้อมของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และเพื่อให้การบริหารจัดการข้อมูลเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
News Highlight
เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือ BART LAB มหิดล ร่วมลงนาม LOI ขับเคลื่อนรีเทลแห่งอนาคต เปลี่ยนพื้นที่เป็น Living Lab
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
อินทนิลร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลกินเจ ชวนเติมสิ่งดีๆ ให้ร่างกาย ด้วยเมนูเจและเครื่องดื่ม Plant-based ทางเลือกที่ดื่มง่ายในทุกวัน
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แม็คโคร-โลตัส ชวนสัมผัสรสชาติ และสินค้าระดับพรีเมียมจากออสเตรเลีย ในแคมเปญ “Taste of Australia 2026”
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SCC ลุ้นกำไร Q3/69 ฟื้นแตะ 2.8 พันลบ. หนุนผลงานทั้งปี 69 โตพุ่ง 400% รับปิโตรเคมีฟื้น–ต้นทุนลดหนุนมาร์จิ้น
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นท่องเที่ยวไม่สะเทือน! เหตุโจมตีสนามบินซาอุฯ โบรกฯ ชี้กระทบจำกัด หากไม่ลาม Gulf Hub ลุ้นโรงแรม Q4/69 กำไรฟื้น CENTEL-ERW เด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us