Official Update :

ชี้เป้า 4 หุ้นส่งออกอาหาร กำไรมาแรงแซงเงินเฟ้อ !

กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2567 พุ่งสูงขึ้น 0.83% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอาหารที่ขยับขึ้น ทำให้กลุ่มหุ้นส่งออกอาหารได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะบริษัทผู้ผลิตอาหารต้นน้ำที่สามารถปรับราคาขายตามอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้มีกำไรเติบโตดี


บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมาจากราคาน้ำมันและสินค้าอาหารที่ยังคงสูง และคาดว่าแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนสิงหาคมอาจลดลงเล็กน้อย แต่จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในไตรมาส 4/2567 จากปัจจัยการท่องเที่ยว


สำหรับเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลบวกต่อหุ้นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นส่งออกอาหารที่ปรับราคาผลิตภัณฑ์ตามเงินเฟ้อที่โตต่อเนื่อง โดย Wealthy Thai ได้รวบรวมบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจของ 4 บริษัทส่งออกอาหารมาให้ทุกคนแล้ว


โดยบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กำไรสุทธิของ AAI ในไตรมาส 2/67 เพิ่มขึ้น 1,042% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 24% จากไตรมาสก่อน เป็น 300 ล้านบาท คาดว่ายอดขายโต 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 6.5 พันล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 20-21% การเติบโตของยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 5.7 พันล้านบาท กำไรสุทธิในปี 2567 คาดว่าจะทำสถิติสูงสุด คำแนะนำ "ซื้อ" เป้าหมาย 7.30 บาท


ถัดมาบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ยอดขาย ITC ไตรมาส 2/67 กำไรสุทธิทะลุ 1,010 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 172% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 23% จากไตรมาสก่อน นับเป็นผลการดำเนินงานที่โดดเด่นที่สุดตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์


ในไตรมาสที่ 2/67 รายได้รวมของ ITC เพิ่มขึ้นเป็น 4,967 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน การเติบโตนี้มาจากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป การปรับราคาและกลยุทธ์การตลาดที่เข้มแข็งช่วยให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 30%


คาดว่าครึ่งหลังของปี 2567 ราคาวัตถุดิบจะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงต้องเผชิญกับปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ ITC ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 12% ตลอดทั้งปี โดยในไตรมาสที่ 4 บริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหลายรายการเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดโลก โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.40 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายวันที่ 3 กันยายน 2567 คำแนะนำ "ซื้อ" เป้าหมาย 23.9 บาท


ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า กำไรสุทธิ TU ไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 1.21 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 5.7% จากไตรมาสก่อนหน้า กำไรปกติ 1.52 พันล้านบาท เติบโต 11.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 63.5% จากไตรมาสแรก รายได้รวม 3.52 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 6.2% จากไตรมาสก่อน


โดยราคาหุ้นมี upside 32% PER ซื้อขายที่ 11.5 เท่า ประกาศปันผลครึ่งปีแรกหุ้นละ 0.31 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 21 สิงหาคม 2567 การกู้ยืมเงินจาก ITC วงเงินไม่เกิน 1.1 หมื่นล้านบาท Net Gearing ในระดับปลอดภัย ไม่เกิน 1 เท่า แนะนำ “Outperform” เป้าหมาย 19.00 บาท


สุดท้ายบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด ระบุว่า GFPT กำไรสุทธิในไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 522 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 12% จากไตรมาสก่อนหน้า รายได้ในไตรมาสนี้ 4,832 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน การส่งออกเนื้อไก่ไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 8% ราคาส่งออกเนื้อไก่เพิ่มขึ้นจาก 40 บาทต่อกิโลกรัมเป็น 44 บาทต่อกิโลกรัม อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 13.8% จาก 11.7% คำแนะนำ "ซื้อ" มูลค่าหุ้นที่เหมาะสม 14.6 บาท