คัดกอง REIT ปันผลสูง ทางเลือกลงทุน รับเทรนด์ดอกเบี้ยลด
แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนก.ย. นี้ เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น และมีโอกาสที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้ง เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด เช่น การจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เติบโตช้า และอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น
อาจทำให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2567 ได้ถึง 1.25% (0.5% ในเดือนกันยายนและพฤศจิกายน, 0.25% ในเดือนธันวาคม) ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เดิมของตลาดที่มองว่าปีนี้จะมีการลดดอกเบี้ยเพียง 0.75-1% และปีหน้าคาดจะลดดอกเบี้ยอีก 1%
จากข้อมูลข้างต้นทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยไทย 0.5% ในปี 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ
ดังนั้นในช่วงที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายกำลังเข้าสู่ขาลง อาจเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ และในช่วงที่ผ่านมาราคาของ REIT หลายกองก็ปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนำ overweight หุ้น REIT เนื่องจากราคา REIT ลดลง 6.2% จากช่วงต้นปี 2567 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยเพิ่มเป็น 10% และส่วนต่างเมื่อเทียบกับอัตรา ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของไทยสูงถึง 7.4% อีกทั้งโอกาสในการล็อคเงินปันผล เนื่องจากเป็นฤดูกาลประกาศผลการดำเนินงานและการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
ฝ่ายวิเคราะห์จึงแนะนำให้ซื้อ REITS ภายใต้ 5 ธีม ได้แก่
1.อัตราผลตอบแทนเงินปันผลขั้นต้นที่สูง
2.อัตราผลตอบแทนเงินปันผลขั้นต้นที่สูงและมูลค่าตลาดมากกว่า 5 พันล้านบาท
3.อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่แท้จริงที่สูงกว่า 5% และมูลค่าตลาดมากกว่า 5 พันล้านบาท
4.P/NAV อยู่ในระดับต่ำ
5.P/NAV อยู่ในระดับต่ำและมูลค่าตลาดมากกว่า 5 พันล้านบาท
ซึ่ง REIT ที่เข้าข่ายอย่างน้อยสองในห้าธีมของฝ่ายวิเคราะห์ คือ 3BBIF, AIMCG, AIMIRT, BTSGIF, B-WORK, CPNREIT,DIF, EGATIF, FTREIT, FUTUREPF, LHHOTEL, MJLF, WHAIR และ WHART
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหากอง REITS เพื่อเข้าลงทุนรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงในอนาคต รายชื่อ14 กอง REITS ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจากนักลงวิเคราะห์เท่านั้น นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการตัดสินใจและประเมินความเสี่ยงที่รับได้อีกครั้ง

