Official Update :

สำรวจ CBG-OSP สองยักษ์ใหญ่แห่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง

หากพูดถึงธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทย เชื่อว่านักลงทุนคงนึกถึง 2 ยักษ์ใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดมายาวนานอย่าง CBG หรือ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และ OSP หรือ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) อย่างแน่นอน


ซึ่งในช่วงไตรมาส 1/67 ที่ผ่านมา ผลประกอบการของแต่ละบริษัทยังมีการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ในไตรมาส 2/67 และภาพรวมครึ่งปีแรกจะเป็นอย่างไร ยังสามารถรักษาการเติบโตไว้ได้หรือไม่ และในช่วงที่เหลือของปีซึ่งเป็นโลว์ซีซั่นอย่างฤดูฝนและฤดูหนาว ผลประกอบการของทั้ง 2 หุ้นจะเป็นอย่างไร วันนี้ Wealthy Thai สรุปมาให้แล้ว


มาเริ่มที่ CBG ในไตรมาส 2/67 บริษัทมีกำไรสุทธิ 691 ล้านบาท เติบโต 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนที่ปรับตัวลดลง การควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิครึ่งแรกปี 2567 อยู่ที่ 1.31 พันล้านบาท โต 76% จากปีก่อน


ส่วนแนวโน้มการเติบโตในช่วงที่เหลือของปี 2567 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เชื่อว่ากําไรในช่วงไตรมาส 3/67 ของ CBG จะเติบโตได้ดีจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่จะยังลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า และน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้


เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัว ซึ่งโดยปกติแล้ว สินค้าประเภทเครื่องดื่มจะมียอดขายที่ต่ำกว่าฤดูร้อน ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะอลูมิเนียม (วัตถุดิบหลักในการผลิตกระป๋อง) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังสต็อกราคาต่ำหมดลงแล้วในไตรมาส 2/67 อย่างไรก็ตาม ภาครัฐมีแนวโน้มจะเบิกจ่ายงบประมาณเพิ่มขึ้น ก่อนปิดปีงบประมาณ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนกําลังซื้อ


โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดหวังการฟื้นตัวของกําไรทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อนอีกครั้งในไตรมาส 4/67 โดยคาดหวังเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้น ช่วยหนุนกําลังซื้อ อีกทั้งปลายปีเป็นช่วงเฉลิมฉลองส่งท้ายปี คาดหนุนรายได้จากการรับจ้างจัดจําหน่าย (เบียร์) สูงขึ้น รวมถึงคาดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐ “กระเป๋าเงินดิจิทัล”


ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรปี 2567 ไว้ที่ 2.4 พันล้านบาท โต 27.13% จากปีก่อน เพราะคาดกําไรช่วงครึ่งปีหลังจะต่ำลงจากครึ่งปีแรก พร้อมคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 83 บาท และคงคําแนะนํา “Outperform” จากกําไรไตรมาส 2/67 ที่ออกมาโตทั้งจากไตรมาส 1/67 และ 2/66 รวมถึงกําไรปี 2567 ยังมีแนวโน้มฟื้นตัว 27% จากปีก่อน อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard โดยราคาปรับลงมาแล้ว 22% จากช่วงต้นปี ขณะที่คู่แข่งอย่าง OSP ปรับขึ้นไปราว 7%


ถัดมา OSP ในไตรมาส 2/67 บริษัทมีกำไรสุทธิ 604 ล้านบาท โต 9.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Profit from Operation) อยู่ที่ 923 ล้านบาท โต 68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริษัทมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยภาพรวมกำไรครึ่งแรกปี 2567 อยู่ที่ 1.43 พันล้านบาท โต 7.91% จากช่วงเดียวกันปีก่อน


ขณะที่แนวโน้มในระยะถัดไป นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มกำไรปกติช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ชะลอลงจากครึ่งปีแรก ตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงฤดูฝน ทำให้การบริโภคชะลอลง


ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติจะยังเติบโตเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนได้ต่อจากแผนการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดต่อเนื่อง และบริษัทวางแผนออกสินค้าใหม่ 2 ตัว ในครึ่งปีหลัง ช่วยหนุนยอดขาย โดยกำไรครึ่งปีแรกคิดเป็นสัดส่วน 60% ของประมาณการกำไรปี 2567 ของฝ่ายวิเคราะห์ที่ 2.9 พันล้านบาท โต 33.2% จากปีก่อน


อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน PER ปี 2567 เพียง 24.5 เท่า ยังไม่แพง เมื่อเทียบกับอดีตที่ 30 – 35 เท่า จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 34 บาท เชิงกลยุทธ์ ราคาหุ้นฟื้นตัวขึ้นมาบ้างแล้ว และแนวโน้มกำไรครึ่งหลังปี 67 ชะลอลงจากครึ่งปีแรก ทำให้หุ้นอาจขาด Catalyst ระยะสั้น และอาจมีแรง Sell on fact แนะนำรอเข้าลงทุนจะหวะหุ้นย่อตัวแถวระดับ 23 บาท