Walmart กลยุทธ์ลดราคาเห็นผล ! คาดแรงซื้อผู้บริโภคยังแกร่ง ดันผลงานโตต่อ
จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทำให้ผู้บริโภคต้องลดรายจ่ายในสินค้าบางกลุ่มลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลากหลายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพึ่งพิงกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรงอย่างธุรกิจค้าปลีก แต่ Walmart หรือ WMT บริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ ยังสามารถสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง
ล่าสุดผลประกอบการไตรมาส 1/68 (ก.พ. – เม.ย. 2567) ภาพรวมกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เติบโต 205% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้หักรายการพิเศษออก กำไรปกติยังอยู่ที่ 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมีการเติบโตสูงถึง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนช่วงที่เหลือของปียังคงมีแนวโน้มขยายตัวได้ จากกลยุทธ์การปรับลดราคาสินค้า รวมถึงสินค้ากลุ่มหลักของบริษัทยังเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ทำให้ผลประกอบการยังมีทิศทางเติบโตดีต่อเนื่อง
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองบวกต่อภาพรวมงบของ Walmart และคาดแนวโน้มยังคงฟื้นตัวได้ต่อ จากแรงซื้อผู้บริโภคยังคงแกร่ง โดยเฉพาะในส่วนสินค้าจําเป็น ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท นอกจากนี้ในระยะถัดไปด้วยธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ย ซึ่งจะมีส่วนช่วยหนุนให้แรงซื้อมีแนวโน้มฟื้นตัวดีต่อเนื่อง
ประกอบกับกลยุทธ์การลดราคาสินค้า EDLP (Everyday Low Prices) เนื่องจากการลดราคาของบริษัทมีความยั่งยืน (ระยะเวลา 90 วัน) และไม่ใช่การตอบสนองการแข่งขันระยะสั้น ซึ่งภาพนี้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ สะท้อนได้จาก ยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทที่ขยายตัวดี รวมถึงมาร์จิ้นยังคงขยายตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจำกัด
นอกจากนี้ Walmart ยังมีการปรับปรุงความสามารถในการทำกําไร โดยเฉพาะส่วนคอมเมิร์ซ ซึ่งช่วยหนุนภาพรวมผลการดําเนินงานให้เติบโตเร็วกว่ายอดขายได้
ขณะเดียวกันหากมองในส่วน Valuation และการตอบสนองต่อราคาหุ้น มีความสมเหตุสมผลกับปัจจัยพื้นฐาน ประกอบกับแนวโน้มธุรกิจที่ยังคงเติบโตได้ดี และการที่หุ้นสามารถลดความผันผวนพอร์ตได้ ทำให้ในระยะสั้น ฝ่ายวิเคราะห์มองว่ายังคงสามารถเข้าลงทุนหุ้น Walmart ได้
สำหรับการลงทุนระยะยาว หากประเมินจากภาพ Performance ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นการ Correction ของบริษัทราว 4 ครั้งและอยู่ในกรอบราว 4.5-6% ด้วยภาพนี้ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าอาจรอราคาหุ้นย่อตัวราว 5-6% แล้วค่อยลงทุน โดยคาดว่าระยะยาวหุ้นจะให้ Risk Reward ที่ดี ทั้งนี้ Bloomberg Consensus ให้คำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายที่ 78 ดอลลาร์สหรัฐฯ

