โบรกฯ คาดรัฐไฟเขียวงานคงค้างมากขึ้น หลังการเบิกจ่ายงบประมาณเดินหน้าต่อ พร้อมเปิดโผ 7 หุ้นเด่น รับอานิสงส์บวก
หลังจากการแต่งตั้งนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศ ได้มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของนโยบายต่าง ๆ รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณที่มีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ และภาคธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับงบประมาณดังกล่าว ซึ่งไม่เพียงแค่ในส่วนของการดำเนินธุรกิจเท่านั้นที่ภาคประชาชนให้ความสนใจ แต่ยังรวมไปถึงแวดวงตลาดทุนที่หลาย ๆ บริษัทที่ทำการจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็มีส่วนได้ส่วนเสียจากประเด็นนี้เช่นกัน
โดยบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึงประเด็นการเบิกจ่ายงบประมาณ ว่า การเบิกจ่ายงบประมาณมีโอกาสเร่งตัวขึ้น หลังช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.67 เบิกจ่ายได้ล่าช้า เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง โดยยอดเบิกจ่ายรวม ณ 9 ส.ค. 2567 อยู่ที่เพียง 78.6% ของงบประมาณรวม คงเหลืออีก 21.4% ที่ต้องเบิกจ่ายภายในเดือน 30 ก.ย. 2567
ขณะที่ งบลงทุนเบิกจ่ายเพียง 45% คงเหลืออีก 55% ของงบที่ตั้งไว้ หรือเหลือเบิกจ่าย อีก 4 แสนลบ. ทำให้ บล.หยวนต้า คาดว่าจะเห็นการอนุมัติงานคงค้างออกมามากขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกเชิง Sentiment ต่อกลุ่มรับเหมาฯ, วัสดุก่อสร้าง, ธนาคารพาณิชย์ และ SI เช่น CK, STEC, KTB, SCB, BE8, I2, LTS
ขณะเดียวกัน บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK โดยมองว่าแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/67 น่าจะออกมาโดดเด่นมากและคาดจะเป็นกำไรรายไตรมาสที่สูงสุดของปี สนับสนุนจากส่วนแบ่งกำไรตามส่วนได้เสียที่เพิ่มขึ้นทั้งจาก CKP และ BEM ที่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเฉลี่ยเพิ่มขึ้น บวกกับจำนวนผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ให้คำแนะนำ Outperform ประเมินราคาเหมาะสมที่ 27 บาท
ส่วน บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC บล.เอเซีย พลัส ประเมินช่วงครึ่งปีหลัง แม้คาดหวังจะเห็นรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจก่อสร้างที่ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก แต่จะไม่มีตัวช่วยสำคัญจากรายได้เงินปันผลที่รับจาก GULF และ TSE อีกทั้งส่วนแบ่งขาดทุนจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรปี 2567 ลงจากเดิมอีก 42% อยู่ที่ 216 ล้านบาท หลังปรับลดประมาณการกำไรลง ส่งผลให้ Fair Value เหลือ 10.20 บาท พร้อมให้น้ำหนักการลงทุน “Neutral”
สำหรับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB นั้น บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ยังคงคาดการณ์ KTB จะมีกำไรสุทธิในปี 2567 จำนวน 43,791 ลบ. โต 19.6% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน อีกทั้ง มองว่า KTB เป็นธนาคารที่จะได้ประโยชน์จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐฯ และปัจจุบันบริษัทยังสามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์รวมได้ดีกว่าธนาคารใหญ่รายอื่น ๆ ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside จากมูลค่าพื้นฐานปี 2567 เดิมที่ 23 บาท และคาดให้ Dividend Yield อีก 5.3% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ขณะเดียวกัน บล.หยวนต้า มองว่าราคาหุ้น บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มีโอกาสฟื้นตัวจากแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 ที่จะฟื้นตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และจากไตรมาสก่อน จากค่าใช้จ่ายสำรองและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง ส่วนประเด็นการตั้งสำรองในกรณีของบริษัทในกลุ่มพลังงานทดแทนคาดนักลงทุนจะเริ่มผ่อนคลายความกังวลลง เพราะสินเชื่อดังกล่าวถูกรองรับด้วยกระแสเงินสดจากโรงไฟฟ้า นอกจากนี้ด้วย Dividend Payout ที่ระดับ 70-80% ทำให้ราคาหุ้นที่ปรับลงมาเป็นจังหวะสะสมที่ดี ให้มูลค่าพื้นฐานปี 2567 ที่ 125 บาท และคาดให้ Dividend Yield อีก 9% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ BE8 บล.หยวนต้า คงคำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสมสิ้นปี 2567 ที่ 26 บาท โดยคาดการฟื้นตัวของรายได้ในครึ่งปีหลัง 2567 จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดีการฟื้นตัวดังกล่าวจะมากเพียงพอชดเชยครึ่งปีแรก 2567 ได้หรือไม่ บล.หยวนต้าประเมินว่าขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ที่หากมีเสถียรภาพทางการเมืองและการเบิกจ่ายภาครัฐเดินหน้าเต็มที่ การฟื้นตัวจะเกิดขึ้นเร็ว หากไม่เกิดขึ้นการฟื้นตัวจะยังเกิดขึ้น แต่เป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
บริษัท ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ I2 บล.หยวนต้า ระบุว่า แนวโน้มไตรมาส 3/67 บริษัทจะเหลืองานเกาะสมุยให้รับรู้อีกไตรมาส และมีลุ้นการประมูลงานขนาดใหญ่ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ทำให้สุทธิแล้ว บล.หยวนต้าคาดว่ากำไรช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จะเด่นกว่าครึ่งปีแรก โดยคงประมาณการกำไรปกติปี 2567เติบโต 26% จากปีก่อน ให้คำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเหมาะสมสิ้นปี 2567 ที่ 3.08 บาทต่อ
สุดท้าย บริษัท ไลท์อัพ โทเทิล โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ LTS บล.หยวนต้า ประเมินว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 คาดว่ากำไรจะสูงกว่าช่วงครึ่งปีแรก 2567 ค่อนข้างมีนัยสำคัญ เบื้องต้นคาดว่ามีโอกาสสูงที่กำไรสุทธิจะทำ New high ได้ต่อเนื่องในไตรมาส 3/67 และ 4/67 หากมีความชัดเจน บล.หยวนต้า อาจมีการปรับประมาณการกำไรขึ้น โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” LTS และยังคงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 67 ลบ. โต 114% จากปีก่อน คงราคาเป้าหมาย 9.70 บาท
Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
