AOT-BEM-BTS เตรียมฟื้น เมื่อแผนฉีดวัคซีนกำลังได้ผล
ดีเดย์การปูพรมฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด19 ให้กับประชาชนในประเทศไทยวันแรกในวันที่ 7 มิ.ย.64 เสมือนเริ่มเป็นความหวังให้เห็นว่ากิจกรรมต่างๆทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มตื่นตัวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นห้างร้านสรรพสินค้า หรือร้านอาหารที่บางจังหวัดเริ่มมีมาตรการเฉพาะจังหวัดที่ผ่อนคลายสามารถกลับมานั่งกินอาหารที่ร้านได้
รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆกลับมาเปิดให้บริหาร ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นถึงการจราจรการเดินทางด้วยรถยนต์ เครื่องบิน หรือแม้กระทั่งรถไฟฟ้าเองนั้น ก็มีจำนวนผู้โดยสารกลับมาใช้บริการเพื่อเข้าสู่โหมดการดำรงชีวิตในรูปแบบปกติก่อนที่จะมีการระบาดของโควิด19 กันมากขึ้น
โดยเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.64 ถือเป็นวันแรกที่ประเทศไทยเริ่มมีการกระจายฉีดวัคซีนเป็นวันแรกตามแผนที่รัฐบาลได้วางไว้ ภายในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ จะกระจายฉีดวัคซีนให้ได้ครับ 10 ล้านโดส สำหรับประชาชน 2 กลุ่มเสี่ยงที่ลงทะเบียนระบบหมอพร้อม และแอพพลิเคชั่นของจังหวัดต่างๆ เป็นครั้งแรกก่อนกระจายฉีดให้ประชาชนทั่วไป ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มในระดับประเทศ ต้องฉีดให้ได้อย่างน้อย 50 ล้านคน หรือ 100 ล้านโดส
รัฐบาลมีเป้าหมายการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ทุกคนในแผ่นดินไทย ทั้งคนไทยและต่างชาติที่สมัครใจอย่างน้อย 50 ล้านคน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมต่อไปได้ สำหรับการฉีดวัคซีนวันที่ 7 มิ.ย.นี้ เป็นการเริ่มฉีดพร้อมกันจำนวนมากทั่วประเทศ มีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค ซึ่งมีเป้าถึงสิ้นเดือน มิ.ย.จะฉีดวัคซีนได้ประมาณ 10 ล้านโดส
จากรายงานข้างต้นก็จะพบว่ากลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์ และเป็นกลุ่มหุ้นธีมการลงทุนที่นักวิเคราะห์หลายสำนักแนะนำอยู่คือ ธีมกลุ่มหุ้นการเปิดเมือง เปิดประเทศ ซึ่งในวันนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาเจาะลึกถึงกลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์ในธีมเปิดเมืองกับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการขนส่งระหว่างประเทศ และในประเทศ โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่อย่าง AOT ,BEM,BTS
โดย AOT ที่จะได้ประโยชน์จากการเดินทางภายในประเทศ และต่างประเทศ และที่สำคัญจากนโยบายโครงการ Phuket Sandbox ขณะที่ BEM จะได้ประโยชน์จากการเดินทางท่องเที่ยวด้วยการใช้บริการทางด่วน รวมถึงรถไฟฟ้า เช่นเดียวกับ BTS ประชาชนจะเริ่มกลับมาใช้บริการเดินทางในเมืองกันมากขึ้น
ด้านบริษัท หลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่า แม้การฉีดวัคซีนในไทยยังไม่แน่นอนและการระบาดระลอกสามที่ยังดำเนินต่อไปทำให้แนวโน้มการลงทุนใน AOT แย่ลง แต่เราอยากให้นักลงทุกติดตามความเร็วใจการฉีดวัคซีนของประเทศต้นทางของนักท่องเที่ยว (เช่น จีนและยุโรป) เช่น จีนได้ตั้งเป้าการฉีดในเบื้องต้นที่ 60% ของประชากรทั้งหมดภายในสิ้นปี และได้ฉีดไปแล้วทั้ง 354ล้านโดส ใน 12 พ.ค. (ประมาณ 12.6% โดยมีจำนวนการฉีดต่อวันเพิ่มขึ้นสู่ 10-12ล้านโดสต่อวัน) หากรวมกับประเทศยูโรโซนที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ไว้ภายใน ส.ค. - ก.ย. เราคงมุมมองที่ดีต่อการฟื้นตัวในปี 2565 คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 77 บาทต่อหุ้น
ส่วน บริษัท หลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด จากการประชุมนักวิเคราะห์ว่า แม้งบลงทุนจะลดลง แต่คาดว่าเที่ยวบินในไตรมาส 3/64 ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งลดลง 50% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/64 แต่คาดว่าปริมาณเที่ยวบินในช่วงไตรมาส4/64 จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังการระบาดระลอกที่ 3 ยุติลง พร้อมกับการแจกจ่ายวัคซีนเต็มประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามไตรมาส 4/64 ของปีงบประมาณ หรือช่วงไตรมาส 3/64 ของปีปฏิทินเป็นช่วงฤดูฝนซึ่งมีเที่ยวบินน้อยอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี แนวทางและเป้าจาก AOT ค่อนข้างต่ำ และคาดจะไม่มีการปรับลงอีก แม้จะมีความเสี่ยงด้านการงดเก็บค่าสัมปทาน King Power ต่อ เราแนะนำ “ถือ” ด้วยมูลค่าเหมาะสมที่ 64 บาท
ทั้งนี้ แม้แผนการเปิดประเทศเฟส 1 (การลดระยะเวลากักตัว) จะถูกเลื่อนออกไป แต่คาดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เฟส 2 ตามกำหนดการเดิมในเดือน ก.ค. จะยังดำเนินต่อตามแผน โดยขณะนี้มีอัตราการแจกจ่ายวัคซีนในภูเก็ตสูงที่สุดในประเทศ โดยมีประชากรกว่า 20% ได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้ว
ข้ามมากันที่หุ้นกลุ่มขนส่งภายในประเทศ เช่นทางด่วนและรถไฟฟ้าใต้ดินอย่าง BEM หรือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงบวกต่อภาพการฟื้นตัวของจำนวนผู้ใช้บริการระบบขนส่งของ BEM ปริมาณการจราจรบนทางด่วนของ BEM และผู้ใช้รถไฟฟ้า MRT มีแนวโน้มทรงตัวหรือหดตัวต่อเล็กน้อยในเดือน พ.ค. 64 แต่ยังคงเป็นตัวเลขที่ดีกว่าเดือน เม.ย.
โดยน่าจะเริ่มฟื้นตัวได้ในเดือน มิ.ย. 64 และฟื้นตัวต่อในช่วงครึ่งหลัง ตามกระบวนการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ BEM ยังมีความสนใจที่จะร่วมประมูลงานรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้และสายสีส้ม โดยอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของการประมูล
สำหรับคำแนะนำพื้นฐาน คาดว่าไตรมาสที่แย่ที่สุดได้ผ่านไปแล้ว (แม้จำนวนผู้ใช้บริการระบบขนส่งของ BEM จะยังไม่ฟื้นตัวมากนักในไตรมาส2/64 แต่เงินปันผลจากบริษัทร่วมน่าจะช่วยให้กำไรหลักยังเติบโต ได้ และราคาหุ้น BEM ยังอยู่ไม่ค่อยปรับขึ้น เราจึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ต่อ BEM ราคาเป้าหมาย 10.30 บาท
ขณะที่ผู้ให้บริการระบบขนส่งมวลชนประเภทรถไฟฟ้ารายใหญ่อีกหนึ่งรายของไทย คือ BTS บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้มุมมองของ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ว่าการที่ BTS ตั้งเป้ารายได้รวมราว 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งลดลง 19% จากปีก่อน และต่ำกว่า Bloomberg consensus ประมาณการไว้ราว 10% ซึ่ง รายได้ที่ลดลงนั้น เกิดจากงานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (เสร็จไปแล้ว) และสายสีชมพู-สีเหลือง มีความคืบหน้ากว่า 75% ไปแล้ว ทำให้การรับรู้รายได้ค่าก่อสร้างช่วงที่เหลือจึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ดีการที่รายได้ก่อสร้างมีสัดส่วนลดลงจาก 72% ของรายได้รวมในปี 2563/64 สู่ราว 50% ในปีนี้ จะมีข้อดีคือ เราคาดจะดึงให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นจาก 18.4% เป็น 21.5% และหากการฉีดวัคซีนเป็นไปตามแผนของรัฐบาล เราคาดว่า GPM จะฟื้นกลับสู่ระดับ 40.4% ในปี 2565/66 ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด-19 แพร่ระบาด และพาให้กำไรปกติฟื้นจาก 720 ล้านบาทในปี 2563/64 สู่ 2.1 พันล้านบาทในปี 2564/65 และ 3.2 พันล้านบาทในปี 2565/66
ทั้งนี้ ต้องติดตามความเสี่ยงของสายสีชมพู-เหลือง และลูกหนี้ภาครัฐ โดยรถไฟฟ้าสายสีชมพู และ เหลือง มีมูลค่ารวมกัน 2.69 บาทต่อหุ้น โดยการเปิดให้บริการที่ล่าช้า หรือ พฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนไปหลังวิกฤตโควิด-19 อาจส่งผลต่อมูลค่าเหมาะสมรวมได้
ขณะที่ BTS อยู่ระหว่างเจรจากับ กทม. เพื่อขอรับชำระหนี้ค่ารับจ้างเดินรถ 1 หมื่นล้านบาท และค่างานติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายอีก 1.9 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 2.32 บาทต่อหุ้น โดย BTS เชื่อว่า กทม. จะชำระหนี้เหล่านี้ได้ จึงยังไม่ได้ตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนไว้ โดยระหว่างหาข้อสรุป BTS ได้ย้ายหนี้เหล่านี้ไปบันทึกไว้ในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
ดังนั้นปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ถือ เป็น “ซื้อเก็งกำไร” แม้ว่าเราจะปรับราคาเหมาะสมลง 2% เป็น 10.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งหลักๆมาจากสะท้อนมาจากราคาเหมาะสมที่ลดลงของ VGI และ ผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของ BTSGIF รวมถึง dilution effect ที่อาจเกิดขึ้นจาก BTS-W6 แต่ทว่าราคาเองก็หุ้นได้ปรับตัวลงมาจนเปิด upside 12% แล้ว ขณะที่ Sentiment การลงทุนจากประเด็นการทยอยฉีดวัคซีนของประเทศไทย กำลังหนุนการเก็งกำไรในระยะสั้นนี้ได้

