เปิดลิสต์หุ้นใหญ่พื้นฐานดี เป้าหมายฟันด์โฟลว์ต่างชาติ
โพยหุ้นสัปดาห์นี้มีเรื่องราวดีๆ สำหรับนักลงทุนอีกเช่นเคย โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์การเมืองไทยเริ่มคลี่คลายและค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้กระแสเงินทุนจากต่างชาติเริ่มไหลกลับมาสู่ตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพ
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังอยู่ในช่วงพักฐานหลังจากปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีที่ชัดเจน นอกจากนี้ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น Digital Wallet ยังเป็นปัจจัยบวกที่จะหนุนกำลังซื้อในช่วงปลายปี ขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าช่วยดึงดูด Fund Flow ต่างชาติให้กลับมาลงทุนในหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง
สำหรับหุ้นเด่นที่แนะนำให้ "ซื้อ" ในช่วงนี้ ได้แก่ BEM, BDMS, CENTEL, CPALL, CPN, CBG, COM7, ITC, GULF, KBANK, KTB, TRUE
จากข้อมูลข้างต้น Wealthy Thai จึงได้สำรวจปัจจัยพื้นฐานของ 4 หุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของ Fund Flow ต่างชาติมาฝากนักลงทุน
เริ่มจาก BDMS บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ในครึ่งปีหลังคาดการณ์การเติบโตที่แข็งแกร่งจาก High Season ของธุรกิจโรงพยาบาล รวมถึงการขยายฐานลูกค้าประกันสุขภาพและ Center of Excellence ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ต่อหัว บริษัทวางแผนขยายฐานลูกค้าต่างชาติเพิ่มเติมจากกลุ่มประเทศจีนและตะวันออกกลาง รวมถึงการเจาะตลาดใหม่ในซาอุดิอาระเบียและบังคลาเทศ แนะนำ “ซื้อ” ด้วยมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตต่อเนื่อง มูลค่าพื้นฐานประเมินที่ 36.20 บาท
ถัดมา GULF บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า บริษัทคาดว่าแผน PDP ใหม่จะล่าช้า 1-2 เดือน แต่จะเพิ่มกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนและก๊าซธรรมชาติใน 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานสะอาดและเสริมความมั่นคงทางไฟฟ้า ส่วนธุรกิจ Data Center คาด COD โครงการแรก 25MW ในมีนาคม 2568 โดยเริ่มเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Hyperscaler และ GPU แล้ว ขณะเดียวกัน ธุรกิจ Cloud ที่ร่วมกับ Google จะเน้นให้บริการกับหน่วยงานรัฐในรูปแบบ Private และ Public Cloud
ส่วนการควบรวมกับ INTUCH คาดว่าจะเพิ่มกระแสเงินสดให้ New Co. ราว 5-6 พันล้านบาทต่อปี ลดหนี้สิน และเสริมความแข็งแกร่งด้าน Digital Infrastructure โดยใช้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงาน สื่อสาร และ Data Center เพื่อสร้างความได้เปรียบในยุคดิจิทัล แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 55.50 บาท
สำหรับ KTB บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แม้การบริโภคในประเทศยังอ่อนแอ แต่ยังคงเป้าหมายการขยายตัวของสินเชื่อที่ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเน้นการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มบริษัทใหญ่และโครงการรัฐฯ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ ด้านคุณภาพสินทรัพย์ของยังคงแข็งแกร่ง โดยมีการตั้งสำรองอย่างรอบคอบ คาดว่า NPL จะต่ำกว่า 3.25% ในปีนี้ และคง Credit Cost ในเป้าหมายที่ 1.2-1.3% ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2567 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจากการขยายสินเชื่อและลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ด้วยราคาหุ้นที่ยังมี Upside 30.7% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2567 ที่ 23 บาท และคาดการณ์ Dividend Yield ที่ 5.3% โดย KTB เป็นธนาคารที่น่าลงทุนจากการได้ประโยชน์จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและการรักษาคุณภาพสินทรัพย์ที่เหนือกว่าธนาคารอื่นๆ
ด้าน CPN บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในครึ่งปีหลังบริษัทมีโครงการใหม่อีก 6 โครงการ พร้อมกับมีแบ็กล็อก 5.3 พันล้านบาท ที่คาดว่าจะรับรู้รายได้ นอกจากนี้บริษัทยังเน้นขยายฐานลูกค้าใหม่ในต่างประเทศ รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจให้เช่าและบริการ เราแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมาย 83 บาท เนื่องจากศักยภาพการเติบโตที่ยังคงแข็งแกร่งในอนาคต
สุดท้าย COM7 บล.ฟินันเซีย ระบุว่า บริษัทเน้นการเปิดตัวสินค้าและบริการใหม่ รวมถึงการใช้ประโยชน์จาก Gen AI ซึ่งรวมถึงการเริ่มขายโซล่าเซลล์ครบวงจรในร้าน Banana และการร่วมมือกับ AWS ในการให้บริการ Cloud service สำหรับลูกค้า SME นอกจากนี้ COM7 ยังพัฒนา Gen AI เพื่อช่วยในการวิเคราะห์เครดิตและเป็นผู้ช่วยขายในร้านค้า
คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2567 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี โดยคาดกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2567 ที่ 770 ล้านบาท โต 2% จากไตรมาสก่อน และ 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัว iPhone 16 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังคงแข็งแกร่งที่ 13.5% จากยอดขายและอัตรากำไรที่ดีกว่าคาด โดยปรับประมาณการกำไรปี 2567-2569 ขึ้น 7-9% พร้อมปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" และปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 24 บาท โดยเชื่อว่า COM7 จะได้รับประโยชน์จากการเปิดตัว AI Smartphone และเทรนด์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะหนุนการเติบโตในอนาคต

