RATCH มองแนวโน้มครึ่งปีหลังสดใส วางงบลงทุน 10,000 ล้านบาท เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ดันธุรกิจโตต่อเนื่อง
RATCH กางแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง 2567 เน้นลงทุนโครงการ Energy Transition และ Low Carbon Technology ภายใต้งบลงทุน 10,000 ล้านบาท หวังผลักดันธุรกิจโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าดันกำลังการผลิตพลังงานทดแทนให้ถึง 30% ภายในปี 2573
คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ยังเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยบริษัทฯ จะทำการทบทวนแผนยุทธศาสตร์ เพื่อผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยจะมุ่งการลงทุนโครงการที่สนับสนุน Energy Transition และ Low Carbon Technology เนื่องจากเล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มี Disruption ด้านเทคโนโลยี, ด้านนโยบายต่าง ๆ เป็นต้น โดยเน้นการลงทุนรูปแบบ Greenfields /Brownfields มากขึ้น
คุณนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ยังเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยบริษัทฯ จะทำการทบทวนแผนยุทธศาสตร์ เพื่อผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยจะมุ่งการลงทุนโครงการที่สนับสนุน Energy Transition และ Low Carbon Technology เนื่องจากเล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มี Disruption ด้านเทคโนโลยี, ด้านนโยบายต่าง ๆ เป็นต้น โดยเน้นการลงทุนรูปแบบ Greenfields /Brownfields มากขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ร่วมกับ BIG ศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตกรีนไฮโดรเจนจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังน้ำ และลม ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และการผลิตไฟฟ้าในอนาคต / PDP 2024 การใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงผสมในก๊าซธรรมชาติ 5% บนพื้นที่โครงการในประเทศไทย, สปป.ลาว และออสเตรเลีย
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ จะบริหารจัดการทางการเงินให้แข็งแกร่ง โดยจัดหาเงินทุนรองรับการลงทุน และบริหารต้นทุนทางการเงิน รวมถึงการซื้อกิจการ (M&A) พร้อมทั้งเดินหน้าโครงการ Pipeline ในปีนี้ให้สำเร็จตามเป้าหมาย โดยโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาและก่อสร้าง มีกำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น รวม 1,773.63 MW ได้แก่ โครงการพลังงานหมุนเวียน กำลังการผลิตรวม 1,246.45 MW, โครงการกักเก็บพลังงานในรูปแบบแบตเตอรี่ รวม 110 MW และ โครงการเชื้อเพลิงหลัก กาลังการผลิตรวม 417.18 MW
“สำหรับเงินลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 บริษัทฯ ได้วางงบประมาณการลงทุนไว้ที่ 10,000 ล้านบาท โดยจะยึดโยงการลงทุนกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศเป้าหมาย ไปพร้อมกับการมุ่งเป้าเน้นไปที่โครงการที่อยู่ในแทรค Energy Transition และพลังงานทดแทน ขณะเดียวกันก็จะเน้นลงทุนแบบ Greenfields / Brownfields มากขึ้น” คุณนิทัศน์ กล่าว
สำหรับการขับเคลื่อนเป้าหมายการเติบโตนับจากนี้ บริษัทฯ จะมุ่งเน้นใน 3 เรื่องสำคัญ กล่าวคือ 1. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่เป็นแหล่งรายได้หลักและกระจายอยู่ในหลายประเทศ โดยจะนำดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการติดตามการดำเนินงานและการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น
2. บริหารโครงการในมือที่มีอยู่แล้วให้เสร็จตามเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันมี 15 โครงการ กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น รวม 1,773 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง ในจำนวนนี้มี 4 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าอาร์อีเอ็น โคราช โรงไฟฟ้านวนครส่วนขยาย โรงไฟฟ้าพลังน้ำซองเกียง1 เวียดนาม และโครงการกักเก็บพลังงานระบบแบตเตอรี่ LG2 ออสเตรเลีย กำลังผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น รวม 40 เมกะวัตต์ มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในครึ่งหลังของปีนี้นอกเหนือจาก 3 โครงการที่ดำเนินการสำเร็จในครึ่งแรกของปีนี้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าหินกอง ชุดที่ 1 กำลังผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 392.7 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าไพตัน อินโดนีเซีย กำลังการผลิต 742 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าคาลาบังก้า ฟิลิปปินส์ กำลังการผลิต 36.36 เมกะวัตต์
3. การลงทุนขยายธุรกิจ โดยบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์การลงทุน ให้มุ่งเน้นโครงการที่อยู่ในแนวทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ประเทศไทย สปป. ลาว ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย ซึ่งแต่ละประเทศได้กำหนดกรอบการพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไว้ชัดเจนแล้ว ซึ่งครอบคลุมกำลังการผลิตพลังงานทดแทนและเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเริ่มศึกษาโมเดลการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ได้แก่ ระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) การผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจนสีเขียว การซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: DPPA) และการผลิตไฟฟ้าจากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Reactor Modular: SMR)
ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ทบทวนและกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ โดยยังคงมุ่งเน้นธุรกิจผลิตไฟฟ้าและพลังงาน พร้อมทั้งวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลกและประเทศ รวมถึงศักยภาพและขีดความสามารถของบริษัทฯ ส่วนรูปแบบการลงทุนจะเน้นโครงการประเภทกรีนฟิลด์และบราวน์ฟิลด์ โดยจะเข้าร่วมพัฒนาโรงไฟฟ้าในประเทศเป้าหมาย ซึ่งประเทศไทยและอินโดนีเซีย มีโอกาสลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และก๊าซธรรมชาติ สปป. ลาว มีศักยภาพที่จะลงทุนด้านพลังงานน้ำเพื่อส่งจำหน่ายให้กับประเทศไทย ส่วนออสเตรเลียมีศักยภาพพัฒนาโครงการพลังงานลม แสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงการประเภท Synchronous Condenser ที่ต่อยอดจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ
“นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เริ่มศึกษาโมเดลการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ารูปแบบใหม่ และเทคโนโลยีพลังงานอนาคต ที่สามารถต่อยอดจากสินทรัพย์และศักยภาพความสามารถของบริษัทฯ ที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ โครงการกรีนไฮโดรเจน ได้ร่วมกับ BIG พัฒนาการผลิตไฮโดรเจนจากพลังงานทดแทนจากโครงการของบริษัทฯ ที่มีอยู่ในประเทศไทย สปป. ลาว ออสเตรเลีย เพื่อจำหน่ายภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และการผลิตไฟฟ้าในอนาคต ระบบกักเก็บพลังงานในรูปแบบแบตเตอรี่ ซึ่งบริษัทย่อยในออสเตรเลียกำลังศึกษาโครงการขนาด 100 MW/200 MWh ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ โครงการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรงในประเทศไทย ซึ่งกำลังร่วมกับพันธมิตรศึกษาโครงการนำร่องในนิคมอุตสาหกรรม และการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ขนาดเล็ก ก็ได้ร่วมกับพันธมิตรทำการศึกษาเทคโนโลยี กฎระเบียบ และประเมินผลกระทบด้านต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีความปลอดภัยสูงหากมีการนำมาใช้ บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า การดำเนินตามแนวทางแผนกลยุทธ์ที่วางไว้จะทำให้ราช กรุ๊ป เดินหน้าไปพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสามารถขยายธุรกิจสร้างการเติบโต ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” คุณนิทัศน์ กล่าว
ปัจจุบัน บริษัทฯ รับรู้กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการลงทุน รวม 10,817.28 MW โดยเป็นกำลังผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล รวม 7,842.61 เมกะวัตต์ (ร้อยละ 72.5) และกำลังผลิตจากพลังงานทดแทน รวม 2,974.67 (ร้อยละ 27.5) ในปี 2567 บริษัทฯ จัดสรรเงินลงทุน จำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตจากพลังงานทดแทนให้ถึงร้อยละ 30 ในปี 2573 และร้อยละ 40 ในปี 2578
Most Viewed
Stock of the Day
จับตา GUNKUL-HANA MSCI ดันเงินไหลเข้า โบรกฯ ชี้รับทรัพย์แล้ว 28.5 ล้านเหรียญฯ CHG-JTS-CPF-DELTA-CPN เสี่ยงแรงขาย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน”... “หัวใจ” ของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
News Update
