จับตา 10 หุ้นไฟแนนซ์ ! กับโอกาสฟื้นตัวจากการใช้จ่ายภาครัฐ
การใช้จ่ายของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 จะเป็นแรงหนุนสำคัญที่กระตุ้นอุปสงค์สินเชื่อและเพิ่มสภาพคล่องของผู้ลบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าของผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย จึงนับเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาการฟื้นตัวในหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์
โดยบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์กำลังแสดงสัญญาณฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย จากการใช้จ่ายของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ซึ่งจะหนุนอุปสงค์สินเชื่อและสภาพคล่องของลูกค้าของผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย
ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากพาทุกคนไปสำรวจพื้นฐานของ 10 หุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์ว่าจะมีแนวโน้มการเติบโตอย่างไร และหุ้นตัวไหนน่าสนใจบ้าง
เริ่มจาก KTC - บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แม้จะมีความท้าทายจากยอดสินเชื่อและการใช้จ่ายผ่านบัตรที่อาจไม่ถึงเป้าหมาย แต่ KTC ยังคงมั่นใจว่ากำไรสุทธิปี 2567 จะมากกว่าปี 2566 จากการเสริมจุดแข็งในด้านการจัดการความเสี่ยงและการปรับตัวต่อกฎระเบียบใหม่ นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการเพิ่มการรับรู้ในแบรนด์ แนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมาย 47 บาท ในปี 2568
TCAP - บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) คาดว่ากำไรสุทธิปี 2567 จะเติบโต 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลงทุนใหม่ๆ และผลประกอบการที่ดีของบริษัทร่วมอย่าง TTB และ MBK โดย TCAP ยังคงมุ่งหาการลงทุนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน THANI และลงทุนใน TISCO แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 59 บาท โดยมี upside 23% แม้จะปรับลดราคาเป้าหมายลงเพื่อสะท้อนความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
JMT - บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายที่สูงขึ้นได้กดดันกำไรของ JMT ในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนร่วมทุนใหม่ใน AMC ที่อาจเพิ่มกำไรสุทธิในปี 2568 โดยคาดว่า ECL จะลดลงในช่วงครึ่งหลังของปีจากการปรับตัวของลูกหนี้ แนะนำ “ถือ” ด้วยราคาเป้าหมาย 11 บาท
AEONTS - บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า AEONTS เผชิญกับการตั้งสำรองที่สูงขึ้นจากการปรับอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิต ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 1/2567 ลดลงอย่างมาก โดยการตั้งสำรองเชิงระมัดระวังนี้เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แนะนำ “เก็งกำไร” จนกว่าจะเห็นการผ่อนคลายของการตั้งสำรองหรือการเติบโตของสินเชื่อที่ดีกว่าคาด พร้อมปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 139 บาท
TIDLOR - บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 3/67 จะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน จากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น และการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลง โดยบริษัทสามารถรักษาระดับกำไรสุทธิได้ดี แม้จะมีแรงกดดันจากคุณภาพสินเชื่อในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง แนะนำ “ซื้อ” ด้วย upside ถึง 46.5% จากมูลค่าพื้นฐานปี 2567 ที่ 23 บาท
SAWAD - บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า SAWAD มีการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2567 แต่คาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวในครึ่งหลังของปีจาก NIM ที่เพิ่มขึ้นและการตั้งสำรองที่ปรับลดลง นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมคาดว่าจะกลับมาโตในช่วงปลายปี พร้อมปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” โดยมี upside ถึง 67.9% จากราคาเป้าหมายเดิมที่ 47 บาท
MTC - บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า MTC เน้นการเติบโตในสินเชื่อที่มีหลักประกัน พร้อมทั้งการปรับปรุงคุณภาพสินทรัพย์ ทำให้คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2567-2568 โดยบริษัทมีแผนที่จะลด NPL Ratio ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 2% ในระยะยาว แนะนำ “ซื้อ” โดยราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 58 บาท
THANI - บริษัท หลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า THANI มีกำไรสุทธิที่ลดลงจากการตั้งสำรองหนี้เสียที่สูงกว่าคาด การเติบโตของสินเชื่อที่ลดลงจากยอดขายรถบรรทุกที่ลดลงทำให้ NPL เพิ่มขึ้น ทำให้ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 2 บาท แนะนำ "NEUTRAL" โดยยังคงเฝ้าติดตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
CHAYO - บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า CHAYO ประสบปัญหาการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นจากการประมูลหนี้เสียใหม่ ทำให้กำไรปกติในไตรมาส 2/2567 ลดลงอย่างมาก แรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นคาดว่าจะยังคงอยู่ในครึ่งหลังของปี 2567 แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและกำไรจากการขายทรัพย์สินช่วยบรรเทาผลกระทบบางส่วน แนะนำ "ถือ" พร้อมปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2567 อีกครั้ง
SAK - บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า SAK รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2567 ที่เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน จากการเติบโตของสินเชื่อในกลุ่มที่มีผลตอบแทนต่ำ แต่ยังสามารถบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี บริษัทมีแผนการเติบโตต่อเนื่องในปี 2567-2569 โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเฉลี่ย 12.8% แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 5.28 บาท พร้อมคาดการณ์ปันผลที่ 3.8%

