สำรวจพื้นฐาน 3 หุ้นยางพารา STA-NER-TEGH มูลค่าไม่แพง-ครึ่งปีหลังเติบโตแรง
รายงานล่าสุดจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ยอดส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 15.2% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 7% โดยสินค้าส่งออกที่โดดเด่นที่สุดคือยางพารา ซึ่งมีการเติบโตถึง 55.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2567 ยอดส่งออกยางพารายังขยายตัวถึง 34.2% นับเป็นบวกต่อผู้ประกอบการธุรกิจยางพาราอย่าง STA, NER, และ TEGH โดยตรง อีกทั้งในช่วงที่เหลือของปี 2567 แนวโน้มธุรกิจของทั้ง 3 หุ้นยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง ตามแนวโน้มราคายางในตลาดที่อยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2567 ยอดส่งออกยางพารายังขยายตัวถึง 34.2% นับเป็นบวกต่อผู้ประกอบการธุรกิจยางพาราอย่าง STA, NER, และ TEGH โดยตรง อีกทั้งในช่วงที่เหลือของปี 2567 แนวโน้มธุรกิจของทั้ง 3 หุ้นยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง ตามแนวโน้มราคายางในตลาดที่อยู่ในระดับสูง
โดย บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มกำไรจะเร่งตัวขึ้นต่อในไตรมาส 3/67 ทั้งจากธุรกิจยางพารา และธุรกิจถุงมือยาง โดยธุรกิจยางพารา คาดปริมาณขายทรงตัวจากไตรมาส 2/67 ที่ระดับราว 3.3 แสนตัน แม้อาจไม่สูงขึ้น แต่จะชดเชยได้ด้วยราคาขายเฉลี่ยยางที่คาดจะสูงขึ้นเป็นราว 175 – 180 US Cent/kg ตามทิศทางของยางตลาด SICOM และ Product mix ที่ดีขึ้น จากสัดส่วนการขายยาง EUDR ที่จะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 4.5 – 6.0 หมื่นตัน
สำหรับธุรกิจถุงมือยาง STGT คาดว่าจะฟื้นตัวแบบ V-Shape โดยปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 1-1.1 หมื่นล้านชิ้น จาก 8 พันล้านชิ้นในไตรมาส 2/67 โดยได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ และบราซิล ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขายบน PBV เพียง 0.64 เท่า และคาดหวังอัตราเงินปันผลตอบแทนได้ราว 7% ต่อปี มองว่าไม่แพง และยังไม่ได้สะท้อนรอบขาขึ้นของธุรกิจทั้งยางพาราและถุงมือยาง จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 33.70 บาท
สำหรับบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดว่าครึ่งหลังปี 2456 ดีกว่าครึ่งปีแรกทั้งปริมาณขายและราคาขาย โดยคาดว่ากำไรปกติปี 2567 อาจเท่ากับหรือดีกว่าประมาณการณ์ของฝ่ายวิเคราะห์ จึงยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ไว้ที่ 2,055 ล้านบาท โต 29.9% จากปีก่อน คาด EPS ที่ 0.95 บาท เติบโต 11.3% ปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2567 ต่ำเพียง 5.06 เท่า คาดเงินปันผลทั้งปี 2567 ที่ 0.45 บาทต่อหุ้น ให้ผลตอบแทน 9.3% คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 6.95 บาท
ส่วนบริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH นักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดว่ากำไรครึ่งปีหลัง 2567 จะเติบโตต่อเนื่อง โดยธุรกิจยางธรรมชาติปริมาณขายเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 ตัน จากไตรมาส 2 ที่ 40,000 ตัน นอกจากนี้ ธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) กำลังฟื้นตัวจากปริมาณผลผลิตที่ดีขึ้นในไตรมาส 2/2567 โดยแนวโน้มไตรมาส 3/67 คาดจะเติบโตต่อเนื่องทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ส่วนไตรมาส 4/67 คาดผลประกอบการจะทำจุดสูงสุดของปี โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2567 ต่ำเพียง 8.5 เท่า มองว่ายังไม่แพง และยังไม่สะท้อนภาพของอุตสาหกรรมยางพาราที่ดีขึ้น ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 4.80 บาท
