จับตาหุ้นโรงพยาบาล เมื่อไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก!

ประเทศไทยกำลังมุ่งหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกอย่างมั่นคง ด้วยการเติบโตที่ก้าวกระโดดของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และความต้องการดูแลสุขภาพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์


โดยบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ที่เผยแพร่หลังงาน Thailand Focus ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวมากขึ้นในอนาคต ซึ่งอุตสาหกรรมสุขภาพของไทยเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน สอดรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตลาดตะวันออกกลางที่กำลังมองหาบริการทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพคุณภาพสูง ในบทวิเคราะห์ได้สรุปปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ดังนี้


แนวโน้มการท่องเที่ยวไทย 2567-2568 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

การท่องเที่ยวไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen X จากตะวันออกกลางและนักท่องเที่ยวไฮเอนด์ที่ให้ความสนใจด้านสุขภาพและการพักผ่อนหรูหรา เทคโนโลยี AI มีบทบาทสำคัญในการมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจองที่พัก ทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้หลากหลายกลุ่ม


ศูนย์สุขภาพใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยว

การพัฒนาโครงการเวลเนสอันดามัน (AWC) และโครงการชายฝั่งสุขภาพไทยที่หัวหิน-ชะอำ มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับไฮเอนด์ โดยเน้นการฟื้นฟูสุขภาพและการพักผ่อนที่มีคุณภาพสูง โครงการเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ


เปิดตัววีซ่าท่องเที่ยวสุขภาพระยะยาว

เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และผู้สูงอายุ ไทยได้เปิดตัววีซ่าท่องเที่ยวสุขภาพ 2 ประเภท ได้แก่ วีซ่าทางการแพทย์ที่อนุญาตให้ผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาพยาบาล และวีซ่าการท่องเที่ยวสุขภาพที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการพำนักระยะยาว วีซ่าเหล่านี้เพิ่มโอกาสการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับประเทศ


นโยบายภาครัฐสนับสนุน

รัฐบาลไทยให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผ่านนโยบายส่งเสริมการลงทุนด้านสุขภาพ การจัดตั้งเขตสุขภาพพิเศษ และการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านสุขภาพที่ทันสมัยและครบวงจร ทำให้ไทยสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอนาคต


โดย บล.บัวหลวง แนะนำ “ซื้อ” 3 หุ้นโรงพยาบาลใหญ่ ได้แก่ BCH, BDMS และ BH โดยมีปัจจัยพื้นฐานของหุ้นรายตัวที่น่าสนใจดังนี้ 


เริ่มจาก BCH สำหรับไตรมาส 3/67 คาดว่ากำไรจะเติบโตแข็งแกร่งทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล อัตรากำไรหลักคาดว่าจะทรงตัว จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดย BCH เน้นการขยายบริการและฐานผู้ป่วยผ่านกลยุทธ์ต่างๆ ได้แก่ การเปิดคลินิกใหม่ การขยายบริการทางการแพทย์ และการร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการรักษาโรคที่ซับซ้อน


ให้คำแนะนำ "ซื้อ" BCH ราคาเป้าหมาย 19.50 บาท โดยคาดว่าการเติบโตของโรงพยาบาลใหม่ในครึ่งหลังของปี 2567 จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของกลุ่มโรงพยาบาล หุ้น BCH ซื้อขายที่ PER ปี 2567 ที่ 24.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 29.7 เท่า ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตในกลุ่ม Healthcare


ถัดมา BDMS สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3/2567 BDMS คาดการณ์กำไรหลักจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของผู้ป่วยไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะการเติบโตของรายได้จากลูกค้าต่างชาติที่คาดว่าจะขยายตัวในอัตราสองหลัก นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน


จึงยังคงแนะนำ "ซื้อ" สำหรับหุ้น BDMS โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 33.50 บาท เนื่องจากคาดว่า BDMS จะสามารถทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้งในปี 2567 โดยมีความต้องการจากผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยจากจีนเป็นแรงหนุนสำคัญ ทำให้ราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว


สุดท้าย BH หรือ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3/67 โดยคาดว่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ จากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยจากคูเวตและตะวันออกกลาง โดย BH เป็นโรงพยาบาลเดียวในไทยที่ได้รับการรับรองการชำระเงิน (GOP) จากรัฐบาลคูเวต ซึ่งทำให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปลายไตรมาส 2/67


นอกจากนี้ยังได้ขยายเตียง ICU เพิ่มขึ้น 12 เตียง และเตรียมเปิดศูนย์การแพทย์ใหม่ที่สุขุมวิท ซอย 1 ที่เน้นการรักษาโรคมะเร็งในต้นปี 2569 ทั้งนี้ BH ได้ปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาล 6% ตั้งแต่ต้นปี 2567 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 อย่างมีนัยสำคัญ


คาดว่ารายได้ในไตรมาส 3/67 จะอยู่ที่ 7.0-7.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4-6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันจากปีก่อน และกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 2.0-2.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7-10% โดยหุ้น BH ซื้อขายที่ PER ปี 2567 เพียง 24.1 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลระดับไฮเอนด์ แนะนำให้นักลงทุนซื้อสะสม เพื่อเตรียมรับผลกำไรที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องทั้งในไตรมาส 3/67 และ 4/67 ด้วยราคาเป้าหมาย 310 บาท


Most Viewed
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
SET เสี่ยงพักฐานช่วงสั้น AI-OPEC กดดันตลาด แนะเลี่ยงหุ้นอิงปัจจัยต่างประเทศ ชูแบงก์-โรงพยาบาล-ท่องเที่ยวเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us