BIS ชู 3 กลยุทธ์ผลักดันธุรกิจครึ่งปีหลัง 2567 จ่อเปิด PADI แพลตฟอร์มดูแลสัตว์เลี้ยงครบวงจร

บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIS ผู้นำธุรกิจ ผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ เครื่องมือ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง โดยมุ่งเน้นคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพด้วยทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพสัตว์ให้แข็งแรง อีกทั้งได้มีการปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานสากลโดยจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการนำเข้าสินค้ากับกรมปศุสัตว์และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา


โดยปัจจุบัน BIS ถือเป็นผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ของประเทศไทยในด้านเวชภัณฑ์สัตว์ อาหารเสริมและวัตถุดิบที่ครอบคลุมทั้งตลาดปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทและมีคุณภาพสูง โดยนำเข้าจากผู้จัดจำหน่ายชั้นนำกว่า 13 ประเทศทั่วโลก เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศฝั่งเศส ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศจีน และประเทศเกาหลี เป็นต้น


ทั้งนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ BIS สามารถจำแนกตามลักษณะผลิตภัณฑ์ได้เป็น 6 กลุ่มหลัก ผ่านผู้จัดจำหน่ายชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (Animal Health Product) 2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินสำหรับสัตว์ (Nutrition Product) 3. ผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรค (Diagnostic Product) 4. ผลิตภัณฑ์อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับสัตว์ (Complete Feed Product) 5. ผลิตภัณฑ์วัตถุดิบอาหารสัตว์ (Ingredient Product) และ 6. ผลิตภัณฑ์อื่นๆ (Other Products)


สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 สามารถสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 603.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 17.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


โดยปัจจัยความสำเร็จมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์สารเสริมคุณค่าอาหารสัตว์ อาหารสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์สินค้าของบริษัท รวมถึงชุดตรวจโรคสำหรับสัตว์ในประเทศ และเวชภัณฑ์ สารเสริมคุณค่าอาหารสัตว์ในต่างประเทศ รวมทั้งการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้าปศุสัตว์ครบวงจรได้สำเร็จ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวดครึ่งปี 2567 (มกราคม มิถุนายน) มีรายได้ 1,177.28 ล้านบาท เติบโต 6.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 31.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีหลัง 2567 บริษัทฯ มุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. การเพิ่มอัตรากำไร โดยเน้นสินค้ากลุ่มเวชภัณฑ์ยา สารเสริม และชุดตรวจ และมุ่งเน้นในตลาดที่มีมูลค่าสูง อย่างกลุ่มสัตว์เลี้ยง (Pet) และเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโรงงานและสร้างแบรนด์ของตัวเอง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์


2.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการขยายฐานลูกค้ากลุ่มปศุสัตว์ครบวงจร และพัฒนาช่องทางการขายเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง (B2C) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของทีมขายและปรับปรุงบริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจและรักษาลูกค้า


และ 3. การขยายตลาดต่างประเทศ โดยมุ่งเติบโตในตลาด CLMV และเริ่มดำเนินธุรกิจในเวียดนามในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 โดยมุ่งเน้นตลาดสุกรและสัตว์เลี้ยงที่มีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียนในอนาคต


ขณะที่เทรนด์ Pet Humanization หรือการมองสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพสูงนั้น


BIS ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเทรนด์นี้เช่นกัน ด้วยการมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มสัตว์เลี้ยง (Pet) และขยายตลาดสู่ผู้บริโภคโดยตรง (B2C) ผ่านช่องทางต่างๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตรากำไร และตอบสนองความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มองหาผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงได้อย่างตรงจุด


นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมเปิดให้บริการแพลตฟอร์ม PADI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา คำแนะนำการวางแผนประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงการเชื่อมโยงเจ้าของสัตว์เลี้ยงกับผู้ให้บริการต่างๆ เช่น โรงพยาบาลสัตว์ ร้านขายยา และร้านเพ็ทช็อป


โดยแพลตฟอร์มนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง BIS และกลุ่มพันธมิตร เพื่อช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงเข้าถึงบริการต่างๆ ได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเป็นช่องทางในการขยายตลาดสู่ผู้บริโภคโดยตรง (B2C) ของ BIS ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน


นอกเหนือจากการเติบโตในระยะสั้น BIS ยังวางเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว หรือ ปี 2570 อีกด้วย โดยแบ่งเป็น 4 ด้านหลักๆ ได้แก่ 1. เปลี่ยนทิศทางการลงทุนหรือการจัดการธุรกิจไปยังแบรนด์ที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง การผลิตภายในบริษัท และผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและความควบคุมในกระบวนการผลิต


รวมถึง 2. มุ่งเน้นธุรกิจสัตว์เลี้ยงผ่านช่องทาง B2C และช่องทางค้าปลีก และ 3. เพิ่มยอดขายและการมีตัวตนในตลาดกลุ่มประเทศอาเซียนที่สำคัญ ควบคู่ไปกับ 4. การสำรวจผลิตภัณฑ์ไบโอเทคใหม่ๆ ผ่านนวัตกรรมและความร่วมมือ และยอมรับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน


Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us