Official Update :

ตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอ ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ ต่ำสุดรอบ 3 ปี อาจหนุน Fed ลดดอกเบี้ยแรงขึ้น

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้รายงานตัวเลขตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLT job openings) ในเดือนกรกฏาคม ที่ 7.6 ล้านตำแหน่ง ซึ่งลดลงจาก 7.9 ล้านตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 8.1 ล้านตำแหน่ง


โดยการลดลงของตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ของสหรัฐฯ สะท้อนถึงความต้องการจ้างงานของบริษัทที่ลดลง ซึ่งทำให้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด มีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยแรงขึ้นในเดือนนี้


ผลสำรวจจาก CME Group พบว่า นักลงทุนมองโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยลง 0.5% ในการประชุมวันที่ 18 กันยายนนี้ เพิ่มขึ้นจาก 42% เป็น 48% ในขณะที่โอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยเพียง 0.25% ปรับตัวลงจาก 58% เหลือ 52%


ขณะเดียวกัน Bostic ประธานเฟดสาขา Atlanta (Voter) ได้แสดงความเห็นว่า ไม่ควรตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงนานเกินไป และการรอให้เงินเฟ้อลดลงสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย มีความเสี่ยงที่จะทำให้ตลาดแรงงานเผชิญกับภาวะชะงักงัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหา


ทั้งนี้ อัตราการปรับลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ มักจะกำหนดทิศทางและแนวโน้มการอ่อนค่าของค่าดอลลาร์ เพราะยิ่งอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ นักลงทุนจะหันไปหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่ามากขึ้น


ซึ่งนี่อาจเป็นข่าวดีสำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่มากมายรวมถึงไทยในระยะสั้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในประเทศกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วเท่ากับสหรัฐฯ


นอกจากนี้ สินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ เช่น หุ้นบริษัทเล็ก หรือ สตาร์ทอัพ ก็มีโอกาสได้รับประโยชน์จากนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ต้องแลกกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามในระยะข้างหน้า สิ่งที่น่าจับตามอง คือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดน่าจะเป็นสัญญานให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มลดดอกเบี้ยตาม เนื่องจากในปัจจุบันยังมีพื้นที่ให้เงินบาทอ่อนตัวลงได้อยู่บ้าง