Official Update :

เทียบฟอร์ม 3 กอง โครงสร้างพื้นฐาน-ดาต้าเซ็นเตอร์ INETREIT เด่น! พื้นฐานแน่น แจกปันผลต่อเนื่อง

ในสภาวะที่ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนทั้งจากปัจจัยแวดล้อมภายในและภายนอกประเทศ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายยังเข้าสู่ช่วงขาลง การลงทุนในกองที่มีสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ อาจเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ


โดยกองในตลาดหุ้นไทยมีรูปแบบการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย นักลงทุนอาจเกิดข้อสงสัยว่า ควรเลือกลงทุนในกองแบบไหนที่ได้ผลตอบแทนจากปันผลดีและมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง


ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้หยิบยก 3 กองอยู่ในเทรนด์การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมดิจิทัล ซึ่งมีโอกาสเติบโตตามความต้องการด้านโทรคมนาคมสื่อสาร รวมถึงการใช้บริการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลคอมพิวเตอร์ (Data Center) และบริการคลาวด์ (Public Cloud) ที่ขยายตัวต่อเนื่อง มาดูกันว่ากองไหนจะมีศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับผลตอบแทนจากปันผลในระดับสูง


สำหรับกองแรกที่หยิบยกมานำเสนอ คือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต หรือ INETREIT ซึ่งมีจุดเด่นจากสินทรัพย์ที่เข้าลงทุน เพราะเป็นกองทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่เข้าลงทุนตรงในทรัพย์สินเกี่ยวกับเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยีทั้งหมด


ปัจจุบัน INETREIT มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิมากกว่า 5,264 ล้านบาท และมีสินทรัพย์ที่เข้าลงทุน คือ โครงการศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล INET-IDC3 เฟส 1 และ INET-IDC3 เฟส 2 ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการรองรับข้อมูล เพื่อให้บริการฝากอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ หรือให้บริการ Cloud โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร สามารถดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งยังมีโอกาสเติบโตในอนาคต ตามความต้องการใช้เทคโนโลยีที่เพิ่มสูงขึ้น


นอกจากนี้ ยังมีรายได้ค่าเช่าคงที่จาก บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET ที่เป็นผู้นำในธุรกิจศูนย์ข้อมูล Data Center ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐถือหุ้นถึง 49%


ในส่วนของผลประกอบการก็มีแนวโน้มเติบโตตามความต้องการด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดย INETREIT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 (เมษายน - มิถุนายน) มีรายได้รวม 159.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 117.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


โดยผลการดำเนินงานที่เติบโตมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการปล่อยเช่าทรัพย์สินใหม่ในศูนย์ข้อมูล INET-IDC3 เฟส 2 ทำให้ INETREIT มีรายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งทรัพย์สินใหม่เริ่มรับรู้รายได้ค่าเช่าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 และสัญญาเช่าทรัพย์สินเดิมของกองทรัสต์ที่มีการปรับขึ้นค่าเช่าปีละ 2% ส่งผลให้ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างมั่นคง


นอกเหนือจากศักยภาพการเติบโตสูงจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยีแล้ว INETREIT ยังมีความมั่นคงและมีเสถียรภาพสูง จากการมีสัดส่วนการลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) ที่ 58% และกรรมสิทธิ์ (Freehold) ที่ 42% รวมถึงยังมีอายุการเช่าคงเหลือเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของกองทรัสต์อยู่ที่ 54 ปี ทำให้ INETREIT สามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ


ขณะเดียวกัน INETREIT ยังมีผลตอบแทนจากปันผลในระดับสูงอีกด้วย โดยมีนโยบายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิ อีกทั้งตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจนถึงปัจจุบันได้จ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาส รวมทั้งหมด 12 ครั้ง หรือจ่ายปันผลไปกว่า 2.4109 บาทต่อหน่วยโดยปัจจุบันมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับไตรมาสละ 2 % หรือ 0.2000 บาทต่อหน่วย


โดยล่าสุดผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 ได้ประกาศจ่ายปันผลในอัตรา 0.2000 บาทต่อหน่วย โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 16 สิงหาคม 2567 และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 3 กันยายน 2567


ถัดมาที่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมกองแรกของประเทศไทยที่ลงทุนในทรัพย์สินโทรคมนาคมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เช่น เสาโทรคมนาคม ระบบใยแก้วนำแสง และอุปกรณ์สื่อสัญญาณ เป็นต้น โดย DIF นับเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนอย่างมาก ด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับ 8.52%


ปัจจุบัน DIF มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิมากกว่า 170,909 ล้านบาท และมีทรัพย์สินที่เข้าลงทุน เช่น เสาโทรคมนาคมของทรูและเสาโทรคมนาคมของบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และ เสาโทรคมนาคมของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น


ในด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 DIF มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 2,904 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และได้ประกาศจ่ายปันผลในอัตราหน่วยละ 0.2222 บาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 5 กันยายน 2567


และสุดท้าย กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต สามบีบี หรือ 3BBIF หรือชื่อเดิมที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยอย่าง JASIF ซึ่งกองทุนเข้าลงทุนในเส้นใยแก้วนำแสง ที่พัฒนาและบริหารจัดการโดยบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 65,191.82 ล้านบาท


ในส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 3BBIF มีรายได้รวม 1,881.81 ล้านบาท ลดลง 29.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,494.70 ล้านบาท ลดลง 34.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากมองในแง่กำไรสุทธิ ในไตรมาส 2/67 3BBIF ทำผลงานพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 305 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้งดจ่ายปันผลสำหรับไตรมาส 2/67 โดยมีการจ่ายผลตอบแทนในรูปเงินคืนทุนรวมอัตราหน่วยละ 0.19 บาท  (อ้างอิงประกาศของ 3BBIF เรื่องแจ้งกำหนดการลดเงินทุนจดทะเบียนครั้งที่ 7)


จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า INETREIT เป็นกองทรัสต์ที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวมน้อยกว่าอีก 2 กองค่อนข้างมาก แต่ยังสามารถจ่ายปันผลได้ในระดับที่น่าพอใจและใกล้เคียงกับ DIF อีกด้วย นอกจากนี้ การลงทุนในทรัพย์สินที่มีโอกาสเติบโตไปกับเมกะเทรนด์โลกอย่าง Data Center และ Public Cloud ทำให้ INETREIT นับเป็นกองทรัสต์ที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านพื้นฐานและผลตอบแทน


ดังนั้น หากนักลงทุนกำลังมองหากองที่ให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอและมีแนวโน้มเติบโตไปตามเมกะเทรนด์ของโลก INETREIT ก็นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ