Official Update :

RBF ราคาดิ่งหนักจากต้นปี 54% โบรกฯ แนะทั้ง “ถือ” และ “ซื้อ” มองกำไรผ่านจุดต่ำสุด-ผลงานครึ่งหลังฟื้น

ราคาหุ้น บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงวันทำการล่าสุด โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงถึง 53.90% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 14.10 บาท เมื่อวันที่ 2 ม.ค.67 และล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ย.67 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 6.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 49.45 ล้านบาท


โดยปัจจัยที่เป็นตัวกดดันราคาหุ้น คาดว่ามาจากความกังวลในด้านผลประกอบการไตรมาส 2/67 ที่ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และการถูกถอดออกจาก MSCI Small Cap Index รอบเดือนสิงหาคม 2567


ทั้งนี้ จากประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้ RBF ถูกแรงขายอย่างหนักในวันที่ 13 ส.ค.67 โดยเพียงวันเดียว ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างหนักถึง 27.66% จนเกือบติดฟลอร์ (Floor)


จากการสำรวจความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์ พบว่ายังคงแนะนำ “ถือ” และ “ซื้อ” หุ้น RBF เนื่องจากมองว่ากำไรไตรมาส 2/67 น่าจะเป็นกำไรที่ต่ำที่สุดของปีนี้ ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี และคาดว่าจะเห็นการเติบโตของกำไรได้ชัดเจนที่สุดในปี 2568


โดย บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุ คงคำแนะนำ “ถือ” RBF พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 8.00 บาท เพื่อรอการฟื้นตัวในปี 2568 ทั้งนี้ เชื่อว่ากำไรไตรมาส 2/67 เป็นกำไรที่ต่ำที่สุดของปีนี้ และคาดว่ากำไรจะค่อย ๆ ฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 อย่างไรก็ตามแม้ว่ากำไรอาจโตจากไตรมาสก่อนในครึ่งหลังของปี คาดว่ากำไรจะลดลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากฐานรายได้ที่สูงจากอินเดียและจีนในช่วงครึ่งปีหลัง 2566 โดยในจีนบริษัทฯ ประสบปัญหาจากลูกค้ารายใหญ่ที่หายไป ในขณะที่ในอินเดียบริษัทฯ มีปัญหาจากการลดราคาอย่างมีนัยสำคัญจนราคาของสินค้าหลักกลับไปสู่ระดับปกติ (หลังปรับขึ้นสูงในปีที่แล้วจากปัญหาอุปทานขาดแคลน)


สำหรับปัจจัยสำคัญที่จะหนุนการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 น่าจะมาจากกลุ่ม Food coating โดยเฉพาะจากอินโดนีเซีย เวียดนาม และลูกค้าใหม่ในปากีสถาน ซึ่งหมายความว่าอัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 อาจทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน ส่วนมากจาก Product mix ที่เปลี่ยนไป เพราะฉะนั้นอัตรากำไรในปี 2567 จึงอาจอยู่ที่ประมาณ 36-37% ลดลงจาก 37.6% ในปี 2566 และต่ำกว่าเป้าเดิมที่ 39-40%


อย่างไรก็ดี คาดว่ากำไรจะโตอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้นในช่วงครึ่งปีแรก 2568 เนื่องจากคาดว่า RBF จะได้ลูกค้าใหม่จากปากีสถาน บังกลาเทศ และรัสเซีย นอกจากนี้บริษัทฯ ยังวางแผนขยายตลาด Food coating เพิ่มในจีน (โดยจะย้ายทีมการตลาดมาจากอินโดนีเซีย)


ขณะเดียวกัน บริษัทน่าจะเริ่มเดินสายการผลิตของโรงงานในอินเดียและโรงงานใหม่ในอยุธยา (ผลิต Flavor) ในไตรมาส 1/68 โรงงานที่อยุธยาได้รับสิทธิ BOI ซึ่งน่าจะช่วยชดเชยค่าเสื่อมต่อปีที่คาดว่าจะอยู่ที่ 30 ลบ. ต่อปี (ซึ่งจะกระทบอัตรากำไรขั้นต้นประมาณ 0.6%)


ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุ คงคำแนะนำ “ซื้อ” RBF พร้อมคงราคาเป้าหมายปี 2568 เอาไว้ที่ 10.80 บาท โดย RBF ปรับลดเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายปีนี้ลงเหลือ 5%-10% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากเดิม 10%-15% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน (ใช้สมมติฐานที่ 8%) เนื่องจากยอดขายในจีนลดลง นอกจากนี้ ราคาขายสารแช่อาหารที่ลดลงในประเทศอินเดียยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ยอดขายอ่อนแอในช่วงครึ่งปีแรก 2567


อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าสถานการณ์ด้านราคาจะทรงตัว ในขณะที่คาดว่าปริมาณยอดขายจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง ทั้งนี้ RBF หาลูกค้า QSR ใหม่ได้เพิ่มขึ้นในประเทศปากีสถาน, บังกลาเทศ และ อังกฤษ ในขณะที่ลูกค้าในรัสเซียยังอยู่ในกระบวนการทดสอบสินค้าอยู่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยอดขายที่จีนมีสัดส่วนสูงในปีที่แล้ว ดังนั้น จึงยังต้องอาศัยเวลา (อาจจะนานกว่าสองปี) กว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าใหม่จะมากพอที่จะมาชดเชยยอดขายในจีนที่ลดลงได้


โดยคาดว่ายอดขายในงวดครึ่งปีหลัง 2567 จะเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรก โดยคาดว่ายอดขายจะยังลดลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนในไตรมาส 3/67 แต่จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน จากการเริ่มส่งสินค้าให้กับลูกค้าใหม่ในปากีสถาน และยอดขายในอินเดียที่เพิ่มขึ้น คาดว่ายอดขายในประเทศน่าจะได้อานิสงส์จากกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ส่งออกที่ยังคงแข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันบริษัทจะวางจำหน่ายสินค้าใหม่ น้ำหวาน Hello Boy’s (แบบซอง) ในร้าน 7-Eleven ช่วงต้นเดือนกันยายนนี้


นอกจากนี้ คาดว่า GPM อาจจะยังต่ำในงวดครึ่งปีหลัง 2567 เพราะ product mix เนื่องจากยอดขายในอินเดีย (margin ต่ำ) เพิ่มขึ้น ในขณะที่ยอดขายในจีนที่ลดลง (ในกลุ่มวัสดุแต่งสีกลิ่นรส) ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ GPM ลดลง ในขณะเดียวกัน RBF กำลังพยายามเพิ่มยอดขายสินค้าที่ margin สูง อย่างเช่นวัตถุแต่งกลิ่น (fragrant) ในตลาดไทย และ อินโดนีเซีย บล.เคจีไอ คาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายจะสูงกว่าสมมติฐานปีนี้ที่ 20% เพราะบริษัทสร้างทีมขายในต่างประเทศ และจะมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าใหม่ ทั้งนี้ โรงงานใหม่ในอยุธยาน่าจะเป็นปัจจัยบวกกับ RBF ในปีหน้า เพราะบริษัทคาดว่าสิทธิประโยชน์ทางภาษีจะมีน้ำหนักมากกว่าค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นปีละ 30 ล้านบาท

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
บางจากฯ คว้า 6 รางวัลความเป็นเลิศระดับเอเชีย ในงาน The 16th Asian Excellence Award
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us