คัดหุ้น Outperform กำไรโตต่อเนื่อง ลงทุนรับตลาดฟื้นแรง
ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกหลายประการทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่ายังมีความผันผวนและอาจเกิดแรงขายทำกำไรขึ้นได้ หลังจากที่ดัชนีฟื้นตัวแรงติดต่อกัน
โดยบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือนกันยายนและมองว่าแม้ทิศทางโดยรวมยังคงเป็นบวก แต่ความผันผวนจะเพิ่มขึ้นหลังจากดัชนี SET ฟื้นตัวจากช่วงก่อนหน้า ซึ่งมีปัจจัยสำคัญที่หนุนดัชนี ได้แก่ 1.นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ คาดว่าจะมีการแจกเงินสดในวงเงิน 1.4-1.5 แสนล้านบาทในเดือนนี้
2.ความคืบหน้าในกองทุนวายุภักษ์รอบใหม่ และ 3.แนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ Fed ในการประชุม FOMC วันที่ 18 กันยายนนี้ ซึ่งคาดว่า Fed จะส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2568
ดังนั้นในเดือนนี้จึงไม่แนะนำให้ลงทุนในหุ้นบิ๊กแคปแต่แนะนำให้เลือกหุ้น “Outperform Market” ที่เติบโตต่อเนื่องดังต่อไปนี้
CPAXT ผู้ประกอบการค้าส่งรายใหญ่ที่มีแนวโน้มได้ประโยชน์จากมาตรการแจกเงินสดของรัฐบาล เนื่องจากบริษัทมีความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ การกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านมาตรการดังกล่าวน่าจะช่วยเพิ่มยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรเติบโต 31% ในปี 2567 และอีก 18% ในปี 2568 ทำให้ CPAXT เป็นหุ้นที่น่าสนใจในช่วงฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ให้ราคาเป้าหมาย 35 บาท
CBG ด้วยการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น น่าจะเห็นยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 3/67 ทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อน การขยายส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง และการเพิ่มยอดขายเบียร์คาราบาวผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งแบบดั้งเดิมและ modern trade จะช่วยหนุนรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ให้ราคาเป้าหมาย 86.50 บาท
TFG ได้รับอานิสงส์จากการขยายกำลังการผลิตในเวียดนาม และการเติบโตของจำนวนร้านค้าปลีกในประเทศ นอกจากนี้ การเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นในทุกหน่วยธุรกิจจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ฝ่ายวิจัยมองบวกต่อการขยายกิจการของ TFG ในตลาดต่างประเทศ รวมถึงแนวโน้มยอดขายที่เพิ่มขึ้น ให้ราคาเป้าหมาย 6.10 บาท
AAV แม้ว่าไตรมาส 3/67 จะเป็นช่วงที่ชะลอตัวตามฤดูกาล แต่จะได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่ช่วง peak ของการเดินทางในไตรมาส 4/67 และอานิสงส์จากการแข็งค่าของเงินบาท ฝ่ายวิจัยชี้ว่า AAV เป็นหนึ่งในหุ้นที่อ่อนไหวต่อค่าเงินบาทมากที่สุด โดยการแข็งค่าของเงินบาทจะช่วยลดต้นทุนด้านน้ำมันและภาระหนี้สินในสกุลเงินต่างประเทศ ให้ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท
GPSC แม้ว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังอาจไม่โดดเด่น แต่การแข็งค่าของเงินบาทและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงจะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้น ยังมองว่า GPSC มีศักยภาพในระยะยาวจากการขยายธุรกิจพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาค และการลงทุนในโครงการพลังงานสะอาดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ให้ราคาเป้าหมาย 51 บาท
ที่มา : บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

