4 หุ้นเด่นธีม Earning Play เก็งผลประกอบการครึ่งปีหลังสดใส
ในช่วงที่ตลาดฯ ยังคงผันผวนเช่นนี้ เชื่อว่านักลงทุนอาจจะประสบกับปัญหาในการเลือกหุ้นเพื่อเข้าลงทุน โดยวันนี้ Wealthy Thai ได้นำเอาหุ้นกลุ่มที่มีผลประกอบการอยู่ในช่วงขาขึ้น (Earning Play) จากการวิเคราะห์ของ อินโนเวสท์ เอกซ์ มาฝาก
โดย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุ ช่วงสั้นมอง SET จะ Sideway Up เนื่องจากเริ่มมีความชัดเจนของสถานการณ์ทางการเมืองไทยและการเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปลายไตรมาส 3-4 ปี 2567 ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยหนึ่งในธีมที่แนะนำคือหุ้นกลุ่ม Earnings Play ซึ่งมีโมเมนตัมกำไรยังดี โดยไตรมาส 3/67 คาดเติบโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และไตรมาสก่อน ส่วนช่วงครึ่งปีหลัง 2567 คาดว่าเติบโตจากช่วงครึ่งปีแรก และจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน อีกทั้ง Valuation ไม่แพง ได้แก่ DELTA, GULF, BDMS และ BEM
แนะนำ “NEUTRAL” บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 109 บาท (จาก 83 บาท) โดยยังคงเป้ายอดขายเติบโต 10-20% ในปี 2567 (เทียบกับช่วงครึ่งปีแรก 2567 ที่เติบโต 17% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) โดยได้แรงหนุนจากยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยที่คาดว่าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI จะคิดเป็นสัดส่วน 10% ของยอดขายรวมในปี 2567 เพิ่มขึ้นจาก 3-5% ในปี 2566
ขณะที่บริษัทปรับเป้าการเติบโตของยอดขายกลุ่ม EV Power ลดลงมาอยู่ที่ 20% จากช่วงเดียวกันปี 2567 จากเป้าเดิมที่ 30-40% นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ยังมี upside จากการพัฒนาและการขายผลิตภัณฑ์ power supply ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่พัฒนาโดย DELTA Thailand เอง ซึ่งจะทำให้บริษัทไม่ต้องจ่ายค่า technical fee ให้กับทาง DELTA Taiwan อัตราส่วนค่าใช้จ่าย SG&A/ยอดขายคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 12.0-12.5% ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 เทียบกับ 12.1% ในช่วงครึ่งปีแรก 2567
ทั้งนี้ ได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2567 เพิ่มขึ้น 17% และปี 2568 เพิ่มขึ้น 6% เพื่อสะท้อนยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ดีกว่าคาด และปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้นสู่ 24.2% ในปี 2567 และ 24.3% ในปี 2568 จากเดิมที่ 23%
แนะนำ “OUTPERFORM” บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF พร้อมให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 63 บาท/หุ้น ทั้งนี้ คาดว่ากําไรปกติจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 2,700MW สู่ 15,167MW ในปี 2567 ผ่านทางโครงการหลายโครงการ 1. โรงไฟฟ้า IPP ใหม่ GPD หน่วยที่ 3 (กำลังการผลิต 662.5MW เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนต.ค. 2567) และ GPD หน่วยที่ 4 (กำลังการผลิต 662.5MW เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนต.ค. 2567) 2. โรงไฟฟ้า IPP ใหม่ที่โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) หน่วยที่ 1 (กำลังการผลิต 770MW เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมี.ค. 2567) และ 3. การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามแผนของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และโครงการโซลาร์รูฟท็อป กำลังการผลิตรวม 605MW ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567
นอกจากนี้ยังมีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าสองโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ได้แก่ เฟสที่สองของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน กำลังการผลิต 3.6GW และแผน PDP2024 ใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอีก 30-40MW เพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานสีเขียวในอนาคต ทั้งนี้ กำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในปัจจุบันของ GULF คิดเป็นสัดส่วนเพียง 10% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด เทียบกับเป้าหมายที่ 40% ภายในปี 2578 นอกจากนี้ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อดีลควบรวมระหว่าง GULF กับ INTUCH ซึ่งมีกำหนดพิจารณาอนุมัติในการประชุมผู้ถือหุ้น (EGM) วันที่ 3 ต.ค. 2567
แนะนำ “OUTPERFORM” บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS พร้อมให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 36 บาท/หุ้น ทั้งนี้ กำไรช่วงครึ่งปีแรก 2567 คิดเป็น 46% ของประมาณการกำไรเต็มปีของบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ โดยยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ไว้ว่าจะเติบโต 13% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน สู่ 1.6 หมื่นลบ. ซึ่งบ่งชี้ว่าการดำเนินงานและกำไรจะแข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2567
สำหรับไตรมาส 3/67 คาดว่ากำไรปกติของ BDMS จะเติบโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ รายได้เดือนก.ค. เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน, และเติบโตจากไตรมาสก่อน จากปัจจัยฤดูกาล (WACC ที่ 7.1% และการเติบโตระยะยาวที่ 3%)
แนะนำ “OUTPERFORM” บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 10.50 บาท โดยกำไรสุทธิช่วงครึ่งปีแรก 2567 คิดเป็น 46% ของประมาณการกำไรเต็มปีของ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ทั้งนี้ คาดว่ากำไรช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จะแข็งแกร่งขึ้น โดยได้แรงหนุนจากจำนวนผู้โดยสาร MRT ที่เพิ่มขึ้นและการขึ้นค่าโดยสาร MRT
ทั้งนี้ ในเดือนก.ค. BEM รายงานปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเฉลี่ย 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน ทรงตัวจากเดือนที่ผ่านมา แต่เพิ่มขึ้น 0.9% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ส่งผลทำให้ปริมาณรถที่ใช้ทางด่วนเฉลี่ยในช่วง 7 เดือน 2567 อยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน ทรงตัวจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน สอดคล้องกับประมาณการเต็มปีของ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ที่คาดว่าจะไม่เติบโตในปี 2567
สำหรับ MRT (สายสีนํ้าเงิน) จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 424,900 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.2% จากเดือนที่ผ่านมา และ 8.7% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ส่งผลทำให้จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยในช่วง 7 เดือน 2567 อยู่ที่ 413,900 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 11.9% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เทียบกับประมาณการปี 2567 ของบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ที่ 15%

