Official Update :

AAV-BA บวกคู่ หลังเงินบาทแข็ง-ต้นทุนน้ำมันลด เล็งขยายฝูงบิน รับท่องเที่ยวฟื้น

วันนี้ (9 ก.ย. 67) ราคาหุ้นกลุ่มสายการบินปรับตัวขึ้น หลังค่าเงินบาทแข็งค่าและราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลง โดยล่าสุดราคาหุ้น AAV อยู่ที่ 2.58 บาท เพิ่มขึ้น 0.14 บาท หรือ +5.74% และ BA ราคาอยู่ที่ 22.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ +3.65%


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) มีมุมมองบวกต่อ AAV จากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันโลก 14% จากต้นไตรมาส จะส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เป็นต้นทุนหลักของ AAV ลดลง หนุนอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3/67


ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจากไตรมาส 2/67 จาก 36.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 33.8 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะทำให้บันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมากในไตรมาส 3/67


นอกจากนี้ AAV กลับมาดำเนินการรับเครื่องบินใหม่เพื่อขยายฝูงบินและมีโอกาสเปิดขยายเส้นทางใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้องกับแผนการเติบโตของบริษัทตามภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเครื่องบินรุ่น Airbus A321neo มีที่นั่งมากกว่าเดิม 50 ที่นั่ง และประหยัดน้ำมันได้ดีกว่ารุ่นเดิมราว 20-30%


ทั้งนี้ ประเมินจะทำให้การดำเนินธุรกิจของ AAV มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งในอนาคต AAV จะมีแผนรับเครื่องบินรุ่นอื่นที่สามารถบินได้ไกลกว่าเพื่อขยายเส้นทางไปสถานที่ใหม่ๆ ด้วย


เบื้องต้นคาดผลประกอบการคาดไตรมาส 3/67 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ส่วนในไตรมาส 4/67 คาดจะเติบโตโดดเด่น จากปัจจัยหนุนจำนวนผู้โดยสารและ Average Fare ที่จะสูงขึ้นในช่วงไฮซีซั่น จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสมสิ้นปี 2567 ที่ 3.30 บาท


ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ "ซื้อ" BA ราคาเป้าหมาย 28.50 บาท ด้วยมุมมองว่า BA เป็นผู้ประกอบการที่ครบวงจรในการให้บริการด้านการบิน ที่ได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งจากการคาดการณ์ของ IATA ประเมินว่าภูมิภาคเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตมากที่สุด ขณะที่ BA มีแผนเพิ่มเครื่องบินใหม่ 2 ลำในปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว