Official Update :

ตลท. มองหุ้นไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง จับตาเฟดลดดอกเบี้ย กองทุนวายุภักษ์-Thai ESG หนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้าช่วงท้ายปี

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง มองการลดดอกเบี้ยของ Fed ในปีนี้ เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว บวกกับความชัดเจนในมาตรการภาษีกองทุน Thai ESG และการออกขายกองทุนวายุภักษ์ช่วยหนุนเงินทุนไหลเข้าตลาดทุนไทยเพิ่มในช่วงที่เหลือของปี เตือนนักลงทุนจับตาดูความแรงในการลดดอกเบี้ย Fed ครั้งแรก


นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์เดือนสิงหาคมปรับตัวดีขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพลิกฟื้นของความเชื่อมั่นนักลงทุนและเศรษฐกิจไทย โดยปัจจัยที่สนับสนุนการฟื้นตัวของ SET Index มาจากทั้งภายนอกและภายในประเทศ


ซึ่งปัจจัยภายนอกมาจากแนวโน้มที่ Fed จะลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนกันยายนนี้ หลังอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ค่อยๆ ชะลอตัวกลับสู่เป้า โดยตลาดคาดว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ยลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปทั้งหมด 3 ครั้งในปีนี้ รวมทั้งสิ้น 100 bps และปรับลดอีก 125 bsp ในปีหน้า ซึ่งการลดดอกเบี้ยนโยบายจะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นของสหรัฐฯ ลดลง มีโอกาสส่งผลให้เงินทุนกระจายตัวไปสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รวมถึงตลาดหุ้นและพันธบัตรใน Emerging Market ที่มีพื้นฐานดีมากขึ้น


ในส่วนของปัจจัยภายในประเทศ ความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความชัดเจนทางการเมืองหลังมีการเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่จากพรรคเดิม ตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว การส่งออก และการลงทุนภาครัฐ ที่ปรับตัวดีขึ้น ผลดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 2/2567 ที่แข็งแกร่งกว่าคาด รวมถึงการซื้อหุ้นคืนโดยบริษัทที่ส่งสัญญาณให้นักลงทุนทราบว่าผู้บริหารเชื่อมั่นว่าราคาหุ้นในปัจจุบันถูกประเมินต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานที่แท้จริงของบริษัท ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อหุ้นในตลาด


โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคธุรกิจไทยในเดือนสิงหาคมเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการพลิกฟื้น จึงมีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้นต่อไปในระยะข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินในตลาดทุนไทยในช่วงที่เหลือของปี เช่น การปรับปรุงมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทยในกองทุน Thai ESG และความชัดเจนในการออกขายกองทุนวายุภักษ์ 1 ที่มีการรับประกันผลตอบแทนขั้นต่ำ


อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยจะมีความชัดเจนมากขึ้น แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่เช่นกัน โดยหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ต้องจับตามองเร็วๆ นี้ คือความแรงในการลดดอกเบี้ยครั้งแรกของ Fed ในวันที่ 18 กันยายนนี้ ซึ่งหาก Fed ลดดอกเบี้ยมากกว่า 25 bps ก็อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีปัญหากว่าที่คาด ซึ่งมีโอกาสส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนและการลงทุนทั่วโลกได้ แม้ว่าโดยปกติแล้วการลดดอกเบี้ยจะช่วยส่งเสริมสภาพคล่องก็ตาม


สำหรับภาพรวมภาวะตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคม SET Index ปิดที่ 1,359.07 จุด ปรับตัวขึ้นจากเดือนที่แล้ว 2.9% สอดคล้องกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในภูมิภาค ทำให้เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 SET Index ปรับลดลงเหลือเพียง 4.0%


โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับ SET Index สิ้นปี 2566 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และ กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร


ในส่วนของภาพรวม 8 เดือนแรกของปี 2567 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน อยู่ที่ 44,404 ล้านบาท ลดลง 22.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ไม่มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน SET และ mai เพิ่มเติม


ในส่วนของ Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2567 อยู่ที่ระดับ 14.9 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย (12.9เท่า) ในขณะที่ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 16.4 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย (15.1) เช่นกัน


ส่วนอัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2567 อยู่ที่ 3.50% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียที่ 3.16%