Official Update :

FM มั่นใจรายได้ปี 67 โต 20-25% ตามเป้า แย้มปิดดีลลงทุนธุรกิจอาหารสัตว์ไตรมาส 1/68 ย้ำกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ยังกอดหุ้นแน่น

FM คาดรายได้ปี 67 โต 20-25% หรือประมาณ 6,900-7,000 ล้านบาท ส่วนปี 68 คาดรายได้โตต่อเนื่องอีก 10-15% รับกำลังผลิต-ออเดอร์เพิ่ม แย้มเจรจาลงทุนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง คาดปิดดีลภายในไตรมาส 1/68 ยืนยันกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่-นอร์ทเฮเว่น ไทยฯ ถือหุ้นในสัดส่วนเดิม


นายณัฐพล ดุษฎีโหนด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าในครึ่งปีแรก โดยในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้ 3,646.29 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 361.61 ล้านบาท เนื่องจากมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มเห็นการส่งออกสินค้าไปให้กับกลุ่มลูกค้าใหม่ในประเทศเกาหลีด้วย


โดยในช่วงไตรมาส 3/2567 บริษัทมีกำลังการผลิตไก่แปรรูปปรุงสุก (CAV) เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ขณะที่เนื้อไก่ดิบก็เติบโตขึ้น สนับสนุนให้กับกำลังการผลิตสินค้าในกลุ่ม CAV ส่งผลให้ผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่าสัญญาณที่ดีจะต่อเนื่องไปในไตรมาส 4/2567 ด้วย


“หลังจากที่เราได้เม็ดเงินจากการระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ ก็เดินหน้าตามแผนการขยายกำลังการผลิตทันที เพราะออเดอร์เข้ามาต่อเนื่อง ตอนนี้ไลน์การผลิตที่ 5 กำลังการผลิตกว่า 70% ซึ่งเป็นทิศทางที่ดีตามแผนที่วางไว้ โดยบริษัทฯ เตรียมขยายกำลังการผลิตไก่แปรรูปปรุงสุกเพิ่มขึ้น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 27,600 ตันต่อปีเป็น 36,000 ตันต่อปีในปี 2569 ส่วนผลิตภัณฑ์ไก่ชำแหละเพิ่มขึ้น 25% จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 144,000 ตัวต่อวันเป็น 180,000 ตัวต่อวันในปี 2569”


ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่ารายได้รวมในปี 2567 จะเติบโตประมาณ 20-25% หรือประมาณ 6,900-7,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 5,791 ล้านบาท โดยรายได้จะเติบโตจากการผลิตไก่แปรรูปปรุงสุก ประมาณ 15-20% และรายได้จากกลุ่มเนื้อไก่ดิบ จะเติบโตที่ประมาณ 25-30% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิในปีนี้จะยังคงอยู่ในระดับ 2 หลัก (2 digit) แน่นอน ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมีอัตรากำไรสุทธิแล้วที่ 10.16%


ขณะเดียวกันบริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์สร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน ล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจารูปแบบการลงทุนธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อสร้าง New Growth โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในปลายปีนี้ และต้นปี 2568 จะเริ่มทำ Due Diligence (การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะการเงิน การประเมินทรัพย์สิน ตลอดจนหนี้สินของบริษัทว่ามีมูลค่าถูกต้องครบถ้วนตามบัญชีและมีอยู่จริง) ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในไตรมาส 1/68


สำหรับการลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงนั้น บริษัทจะเข้าไปถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินกิจการอยู่แล้ว โดยจะเริ่มจากการเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วน 20% ขึ้นไป เบื้องต้นบริษัทมองการเข้าลงทุนในสัดส่วน 25-35% ซึ่งอยู่กับการเจรจา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาเพียง 1 บริษัท เป็นบริษัทจำกัดที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีขนาดกำลังการผลิตที่ประมาณ 2,000 ตันต่อเดือน และมียอดขายที่ประมาณ 1,0000 ล้านบาทต่อปี


ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในปี 2568 บริษัทคาดว่ารายได้ยังมีการเติบโตต่อเนื่องจากปี 2567 ในระดับ 10-15% รับปัจจัยบวกจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปปรุงสุกส่งออกในกลุ่มลูกค้าเดิมที่ยังเติบโต และการขยายฐานลูกค้ารายใหม่ในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเติม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนและเริ่มมีคำสั่งซื้อได้ในปีหน้า


ด้านประเด็นที่มีกระแสข่าวกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่มีการขายหุ้นออกมาหรือไม่นั้น บริษัทยืนยันว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ทั้งครอบครัวดุษฎีโหนด และกองทุน นอร์ทเฮเว่น ไทย ไพรเวท อิควิตี้ โดมินิค คอมปานี (ฮ่องกง) ยังคงถือหุ้น FM และพร้อมที่จะถือลงทุนระยะยาว เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตที่ดี โดยจากภาพรวมธุรกิจไก่แปรรูปปรุงสุกส่งออกของประเทศไทยมีมาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับหนึ่งของโลก และตลาดมีการขยายตัวทุกปี รวมทั้งมีแผนการขยายธุรกิจที่ชัดเจนในการสร้างการเติบโตต่อเนื่อง


“จากการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นเดือนสิงหาคม 2567 พบว่า นอร์ทเฮเว่น ไทยฯ ยังคงถือหุ้นในสัดส่วนเท่าเดิมเพราะเชื่อมั่นในธุรกิจ ที่มีการเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด” นายณัฐพล กล่าว