ส่องศึกท้าชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผลสำรวจล่าสุดโชว์ Harris นำ Trump ชี้หากชนะจริง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีสิทธิ์ปรับลง
การแข่งขันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และ กมลา แฮร์ริส (Kamala Harris) เป็นไปอย่างดุเดือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ที่ทั้งคู่เพิ่งจะมีการดีเบตครั้งแรกไป โดยผลสำรวจทั่วประเทศล่าสุดของสำนักงานข่าว ABC News ในวันที่ 11 กันยายน แสดงให้เห็น แฮร์ริส นำ ทรัมป์ อยู่ที่ 47% ต่อ 44% สอดคล้องกับความคิดเห็นของคนอเมริกาที่เริ่มเอนเอียงมาทางแฮร์ริสมากขึ้น
โดยยกตัวอย่าง ผลสำรวจ AP-NORC polling ก็เผยให้เห็นว่า ชาวอเมริกันกว่า 46% เชื่อใจแฮร์ริสในการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพ สูงกว่า 31% ที่ตอบว่าเชื่อใจทรัมป์มากกว่า นอกจากนี้ หลังการดีเบต ยังมีศิลปินโด่งดังระดับโลกอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ออกมาประกาศสนับสนุน แฮร์ริส อย่างเป็นทางการด้วย ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า ถ้าแฮร์ริส (หรือทรัมป์) ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ขึ้นมา จะเกิดอะไรกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ
โดยยกตัวอย่าง ผลสำรวจ AP-NORC polling ก็เผยให้เห็นว่า ชาวอเมริกันกว่า 46% เชื่อใจแฮร์ริสในการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพ สูงกว่า 31% ที่ตอบว่าเชื่อใจทรัมป์มากกว่า นอกจากนี้ หลังการดีเบต ยังมีศิลปินโด่งดังระดับโลกอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ออกมาประกาศสนับสนุน แฮร์ริส อย่างเป็นทางการด้วย ซึ่งในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่า ถ้าแฮร์ริส (หรือทรัมป์) ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ขึ้นมา จะเกิดอะไรกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ
นักวิเคราะห์ หลายคนมองว่า ชัยชนะของแฮร์ริสอาจไม่ใช่ข่าวดีสำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพราะตลาดหุ้นอาจโดนกระทบจากนโยบายขึ้นภาษีนิติบุคคลจาก 21% เป็น 28% ซึ่ง Goldman Sachs มองว่าการกระทำดังกล่าวจะส่งผลเสียต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ถึง 5% นอกจากนี้ รายงานจาก Stifel Financial Corp. กล่าวว่านโยบายขึ้นภาษีเงินได้จากการขายหลักทรัพย์จะกระทบตลาดหุ้นด้วย
แม้จะยังคำนวณไม่ได้ว่ามากน้อยแค่ไหน ส่วน Morgan Stanley มองว่าการขึ้นภาษีดังกล่าวจะทำให้คนหันไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ไม่ใช่หุ้นกันมากขึ้น ในส่วนของภาคธุรกิจ ข้อเสนอที่จะลดราคายาของแฮร์ริส ก็มีโอกาสทำให้ธุรกิจการแพทย์ทำกำไรได้น้อยลง แต่นโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดของ Democrat ก็อาจเป็นผลดีต่อธุรกิจในกลุ่มนี้ เช่น EV หรือ โซลาร์เซล
ในทางกลับกัน หาก ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง สหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเห็นเงินทุนไหลกลับเข้าประเทศสูง เนื่องจากนโยบายสนับสนุนบริษัทอเมริกาและนโยบายกีดกันการค้าระหว่างประเทศจะทำให้การลงทุนในสหรัฐฯ มีความเสี่ยงน้อยกว่า ทั้งนี้ ในระยะสั้น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็น่าจะรับประโยชน์อย่างมากจากนโยบายลดภาษีนิติบุคคล โดย Goldman Sachs มองว่าการลดภาษีนิติบุคคลจะทำให้ S&P500 ขึ้นประมาณ 4% โดยนักวิเคราะห์หลายแห่งมองว่ากลุ่มธุรกิจที่น่าจะไปได้ดีคือพวก อสังหาฯ เชื้อเพลงฟอสซิล และ คริปโทเคอร์เรนซี
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว นโยบายของทั้ง ทรัมป์ และ แฮริส ก็อาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมและตลาดหุ้นในอนาคต โดยนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าและนโยบายจำกัดผู้อพยพของทรัมป์นั้น จะทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้นและทำให้บริษัทต้องขึ้นค่าแรงเพื่อดึงดูดแรงงานที่มีจำนวนน้อยลง
ทั้งนี้ ซึ่งรายงานจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ Capital Economics กล่าวว่าขึ้นภาษีนำเข้าของทรัมป์จะไปกดดันให้ Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในที่สุด ในขณะเดียวกัน การขึ้นภาษีบริษัทของแฮริสก็จะกดดันให้ผู้ประกอบการต้องตั้งราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อและความผันผวนในยุคของแฮริส ก็น่าจะต่ำกว่าในยุคของทรัมป์
ในส่วนของผลกระทบต่อประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging markets) น่าจะเห็นได้ชัดกว่าในกรณีที่ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง โดย Emerging Markets รวมถึงไทย มีแนวโน้มที่จะเห็นเงินทุนไหลออกไปยังสหรัฐฯ มากขึ้น จากนโยบายสนับสนุนบริษัทอเมริกาและนโยบายกีดกันทางการค้า นอกจากนี้ ธุรกิจการส่งออกในประเทศเหล่านี้ก็น่าจะได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของหลายๆ ประเทศ นอกจากนี้ ประเทศตลาดเกิดใหม่หลายแห่งก็ส่งออกอะไหล่ให้จีน ซึ่งจีนเองก็น่าจะมียอดสั่งซื้อน้อยลงเพราะโดนภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ หนักที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจไม่ได้การันตีผู้ชนะเสมอไป ดังนั้น เราจึงยังต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นใน swing states และใครจะได้ตำแหน่งในทำเนียบขาวเดือนพฤศจิกายนนี้
Source: https://www.bbc.com/news/articles/cj4x71znwxdo
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
เมื่อ อีก 16 ชั่วโมง
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“วิศวกรรมศาสตร์” ผสานศาสตร์ “การวางแผนการเงิน”... สร้าง “พิมพ์เขียวชีวิต” ที่แม่นยำ ถูกต้อง และวัดผลได้ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us
